เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายชยพล สท้อนดี หรือ กู๊ดดี้ สส.พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ตำรวจเองก็เป็นเหยื่อ เมื่อเบี้ยเลี้ยงเขาหายไป” ที่ผ่านมาพรรคประชาชนเราได้ติดตามและตรวจสอบประเด็นเรื่องสวัสดิการของทหารโดยเฉพาะทหารชั้นผู้น้อยมาโดยตลอด ทั้งเรื่องประเด็นการได้รับค่าตอบแทนไม่ครบตามระเบียบ เรื่องการถูกยึดบัตร ATM เรื่องการถูกโกงเบี้ยเลี้ยง การซ้อมทรมาน การถูกส่งไปทำภารกิจที่ไม่ใช่หน้าที่ การเป็นทหารรับใช้ ฯลฯ แต่พอผมลองติดตามประเด็นนี้ในวงการสีกากีดูบ้าง กลับได้พบกับหลักฐานที่สนใจไม่แพ้กัน ว่าตำรวจเองก็มีการโอนเบี้ยเลี้ยงหรือค่าตอบแทนคืนด้วย มูลค่าเกือบ 2 แสนบาท จากเจ้าหน้าที่เพียง 29 คน

อธิบายให้เข้าใจคร่าว ๆ ปกติแล้วค่าตอบแทนของตำรวจจะประกอบไปด้วยเงินเดือนฐาน ยศหรือตำแหน่งที่บรรจุจะมีเงินประจำตำแหน่งเพิ่มให้ตามระเบียบ เป็นพนักงานสอบสวนก็จะมีเงินค่าทำสำนวน เป็นฝ่ายสืบสวนก็จะมีเงินรางวัลนำจับที่จะมอบให้กับคนที่มีส่วนร่วมในการสืบสวนคดี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตอบแทนการทำงานอย่างหนักของพี่น้องตำรวจที่ดูแลประชาชน ที่ฐานเงินเดือนเองก็ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ และเพื่อตอบแทนคนที่ตั้งใจทำงาน ซึ่งพี่น้องตำรวจเองก็ไม่ได้รับงบประมาณสวัสดิการสนับสนุนมากเพียงพอเท่าไหร่ อย่างที่เรารู้กันว่าแม้แต่ค่าใช้จ่ายเพื่อทำงานในสน.ยังต้องลงขันออกกันเองอยู่เลย (ฝ่ายสืบสวนเบิกจากกองทุนสืบสวนได้) ส่วนเรื่องความเหมาะสมของค่าตอบแทนในแต่ละตำแหน่งเดี๋ยวเราว่ากันอีกครั้งหนึ่ง

ทีนี้ ตามที่ผมเคยสัญญาไว้ว่าจะขยายกรอบประเด็นความรับผิดชอบของผมให้ขยายจากกองทัพไปสู่ตำรวจด้วยเหมือนกัน ผมได้ติดตามหลายประเด็นในวงการตำรวจจนกระทั่งได้พบกับหลักฐานที่น่ากังวลจากฝ่ายสืบสวน ที่มีหน้าที่ทำคดีสืบสวนหาหลักฐานจนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา แบบที่ทุกท่านเห็นสารวัตรแจ๊ะตามหน้าข่าว ซึ่งทุกท่านคงเข้าใจดีถึงความสำคัญของตำแหน่งหน้าที่นี้ และความสำคัญของการตอบแทนเขาอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เขาเผลอใจเปิดทางให้กับการทุจริตรูปแบบอื่น ๆ ตามระเบียบของสตช.จึงได้มีการระบุค่าตอบแทนให้กับทีมสืบสวนเอาไว้ด้วย

หลักฐานที่ผมได้พบ คือเอกสารระบุเงินค่าตอบแทนที่ฝ่ายสืบสวนต้องได้รับจากการทำคดีติดตามจับกุมผู้ร้าย ที่ทำเรื่องเบิกจ่ายอย่างถูกต้องตามระเบียบของสตช. แต่ปรากฏว่าในเอกสารนั้นเองก็มีการระบุให้ต้องโอนเงินคืน จากที่ควรได้ 8,343 บาท ต้องโอนเงินคืนให้ถึง 6,800 บาท! โดยรวมมูลค่าเงินจาก 29 คน มีมูลค่ามากถึง 197,200 บาท! จากที่ผมตามเช็ค การบริหารเงินและค่าตอบแทนต่าง ๆ ของชุดสืบสวนจะขึ้นอยู่กับหัวหน้าชุด ซึ่งถ้าคุณได้หัวหน้าที่ดีเงินก็จะกระจายไปถึงลูกทีม แต่ถ้าหัวหน้าใจร้ายหน่อยก็จะขอเงินคืนเยอะแบบที่เห็นกันในตัวอย่าง และแม้แต่หัวหน้าชุดเองก็มีปัญหาแบบเดียวกันกับหัวหน้าของตัวเองที่คุมต้นน้ำลำธารเงินอีกทอดด้วยเหมือนกัน

ตำรวจบางคน อาจพยายามอธิบายว่านี่คือเงินที่เอาไว้ใช้ “บริหารทีม” ใช้ดำเนินงาน แต่อย่าลืมข้อเท็จจริงด้วยว่าเงินส่วนนี้เองก็ถูกส่งตามสายบังคับบัญชาขึ้นไปด้วย หากใครไม่ยอม ใครถามมาก ใครดื้อ ก็เสี่ยงจะถูกย้าย ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะทวงสิทธิ์ของตัวเองในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการมีเงินไม่พอในการดำเนินงาน นั่นเป็นปัญหาของระเบียบราชการที่เราต้องช่วยกันแก้ แต่มันก็จะแก้ได้ยากถ้าตำรวจเองยังคงใช้วิธีการนอกระเบียบแบบนี้ แล้วการพัฒนาสตช.ก็จะไม่มีทางเกิด

สรุป ตำรวจก็โดนโกงเงินค่าตอบแทนไม่ต่างจากทหาร ปัญหาอาจเกิดจากอุปสรรคในการเบิกงานตามระเบียบราชการ แต่การเลือกหลบระเบียบแล้วบริหารเงินนอกระบบกันเองทำให้เกิดช่องว่างการทุจริตที่หัวหน้าขูดรีดลูกน้องตามลำดับชั้นลงมาเรื่อย ๆ ทำกันจนเป็นเรื่องปกติ แล้วสุดท้ายตำรวจที่ทำงานหนัก คนที่เหนื่อยและเสี่ยงอยู่หน้างานก็จะไม่ได้อะไรเลยนอกจากเศษผลประโยชน์ที่ขึ้นกับความใจดีของหัวหน้าแต่ละคน นี่คือปัญหาที่ซ่อนอยู่ในวงการตำรวจ และพี่น้องตำรวจเองนั่นแหละที่ต้องช่วยกันส่งเสียงเพื่อปฏิรูปวงการดีขึ้นกว่าเดิม.