เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่รัฐสภา บริเวณห้องอาหารฝั่ง สว. ได้เปิดให้ สว. ซื้ออาหารรับประทานเองเป็นครั้งแรก ซึ่งมีร้านอาหารทั้งหมด 3 ร้าน ประกอบด้วยร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำมะนาว ข้าวหมูแดง ร้านขนมหวาน และอาหารของมุสลิมเป็นข้าวหมกไก่ใส่กล่องราคากล่องละ 70 บาท ส่วนน้ำดื่มยังคงบริการฟรี ด้านการชำระเงินเป็นการชำระผ่านการสแกนจ่าย ไม่มีการขายคูปองหรือจ่ายเงินสด
พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ซื้อข้าวหมูแดง-หมูกรอบ และระบุว่า ซื้อในราคากล่องละ 60 บาท ก่อนจะตักรับประทานโชว์สื่อ และระบุว่า ราคา 60 บาท ถือว่าโอเค เพราะเรากินเพื่ออยู่ อร่อยดี “อร่อยจังฮู้” พร้อมยกนิ้วโป้งให้
พล.อ.เกรียงไกร ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศการซื้ออาหารรับประทานเองวันแรกเป็นไปด้วยความครึกครื้น ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนบรรยากาศท่ามกลางวิกฤติของชาติที่เกิดจากประเด็นปัญหาพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถประหยัดงบประมาณของประเทศ เพื่อรัฐบาลจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
ต่อไปจะเปิดโอกาสให้ร้านอาหารต่างๆ หมุนเวียนกันมาให้บริการต่อเนื่อง จนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ ส่วนเรื่องอาหารที่ยังไม่หลากหลายนั้น เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่เราได้ทดลอง จะมีอยู่ 3-4 ร้าน แต่วันหน้าก็จะมีการสำรวจความคิดเห็นความต้องการของสมาชิกเพื่อปรับเปลี่ยนอาหารชนิดอื่นๆ เข้ามาเพิ่ม แม้ว่าช่วงนี้อาจจะขรุขระบ้าง แต่ถือว่ามีรสชาติของชีวิตดี ซึ่งสมาชิกก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี
เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณไปเท่าไหร่นั้น พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า น่าจะพอสมควร จาก 800 บาทต่อคนต่อวัน แต่ตอนนี้ก็คิดว่าไม่น่าจะเกิน 200 บาทต่อคน อย่างเช่นตนซื้อข้าวหมูแดง หมูกรอบ ราคา 60 บาท ส่วนบางคนอาจจะเพิ่มเติมเกาเหลาอีก 60 บาท ก็เป็น 120 บาท ส่วนน้ำก็มีบริการฟรี ทั้งนี้หากร้านที่มาขายไม่หมด คงต้องมีการประเมินผล ถ้าร้านอยู่ไม่ได้ก็อาจจะเปิดให้ข้าราชการจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเข้ามาซื้อด้วย ซึ่งจะมีการจัดสรรต่อไป
เมื่อถามว่าสมาชิกบางคนยังไม่เห็นด้วยในเรื่องของการจ่ายเงินซื้อข้าวเอง จะต้องทำความเข้าใจอย่างไร พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจผ่านกรรมาธิการต่างๆ ซึ่งวิปวุฒิสภาได้ลงมติกันไปแล้วในเรื่องนี้ แค่ยังมีสมาชิกบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยอยากให้กลับเข้าสู่สภาวะแบบเดิม ขณะที่บางส่วนบอกว่าหากไม่มีร้านค้าก็จะนำมาเองจากบ้าน แต่ส่วนใหญ่มีมติอย่างนี้ ถ้าประเทศเข้าสู่สภาวะปกติ ก็อาจจะนำอาหารฟรีกลับมาเหมือนเดิม และส่วนหนึ่งก็เห็นเรื่องของความสะดวกในการประชุม แต่ในสภาวะวิกฤติ เราก็ต้องจัดลำดับความเร่งด่วนก่อน ตอนนี้เราเร่งแก้ไขสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของชาติ ทุกคนก็ให้ความร่วมมือ.







