เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มจีนเทา ที่ถือพาสปอร์ตสัญชาติอื่น กลับประเทศจีนไม่ได้ และมาประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ต่างชาติ และมาฟอกเงินผ่านกิจการต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งร้านอาหาร สถานบันเทิง รวมถึงยังมีร้านหมาล่า ร้าน KTV หรือห้องคาราโอเกะหรู ซึ่งมีการเสพยากันในห้อง
ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตบนถนนรัชดา ย่านเหม่งจ๋าย และย่านอาร์ซีเอ กิจการหลายอย่างเป็นของกลุ่มคนจีนสีเทา โดยว่าจ้างม้าซึ่งเป็นคนไทยมาจดทะเบียนธุรกิจการค้า และถือหุ้นแทน ซึ่งพบว่า รายได้ไม่สัมพันธ์กับการลงทุน ที่มีรายได้ถึง 30-100 ล้านบาท และสถานบันเทิงดังกล่าว ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย เปิดบริการเกินเวลาที่กำหนดจนถึงเช้า พบการมั่วสุมยาเสพติด กลุ่มจีนเทาดังกล่าว จะมีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้านหรูชานเมือง และมีบัญชีม้าทำกันเป็นเครือข่ายคอกม้า โดยเจ้าของคอกม้ามีอักษรย่อ ‘ร.’ เคยถูกจับฐานลักลอบเข้ากัมพูชาโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2563 บุคคลนี้เคยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันอาศัยที่จังหวัดนนทบุรี
นายชัยชนะ ยังได้เปิดผังคอกม้าที่มีทั้งเจ้าของคอก หรือ นาย ร. (รอเรือ) และยังมีฝ่ายบัญชี คอยกดเงิน มีผู้ถือครองทรัพย์สิน ซึ่งทรัพย์สินนาย ร.จะนำฝากไว้ที่เพื่อน 2 คน เป็นยานพาหนะ และที่ดินฝากไว้ที่บิดาและมารดา รวมถึง นาย ร.ยังมีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีการส่งงบการเงิน เช่นเดียวกับมารดา นาย ร.ก็มีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่เคยส่งงบการเงิน และที่น่าแปลกใจ พบว่า มีทรัพย์สินจำนวนมาก และยังมีบ้านหรูมูลค่า 20 ล้านบาท ย่านนนทบุรี
“ผมมีข้อมูลทั้งหมด และจะส่งต่อให้นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายต่อไป นาย ร. ที่เป็นเจ้าของคอกม้า เป็นผู้ชาย อายุราว 30 ปี ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และผู้ที่ทำหน้าที่ผู้จัดการคอกม้า ก็เคยต้องคดีเช่นเดียวกัน”
นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงกรณีที่ชาวจีนเทาดังกล่าวมาเปิดธุรกิจ KTV (คาราโอเกะแบบแบ่งห้อง มีเด็กนั่งบริการ) ในประเทศไทยว่า พบมีการดัดแปลงสภาพอาคาร ซึ่งภายในอาคารมีการแบ่งเป็นห้องคล้ายผับส่วนตัว มีการมั่วสุมยาเสพติด ซึ่งมีมูลค่าการก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และกลุ่มจีนเทา จะเลือกพื้นที่อาคารพาณิชย์ และปรับปรุงให้เป็นผับย่อมๆ มีการมั่วสุม
ไม่ทราบว่า กรุงเทพมหานครทราบหรือไม่ โดยเฉพาะนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ทราบหรือไม่ว่า มีการดัดแปลงสภาพอาคาร และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านหมาล่า สถานบันเทิง และ KTV ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงว่า เป็นไปตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดของกรุงเทพมหานครบ้างหรือไม่ เพราะจากสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.ตำรวจฯ และได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่กระทำผิด จนถึงขณะนี้ อาคารเหล่านี้ก็ยังคงเปิดกิจการอยู่ ดังนั้น หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการตำรวจชุดใหม่ ซึ่งตนในฐานะกรรมาธิการฯ ด้วย ก็จะไปตรวจสอบอีกครั้ง เพราะได้หลักฐานเส้นเงิน และตัวละครครบถ้วนแล้ว.



