เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณี สว. แถลงข่าวเรียกร้องให้แถลงการณ์ขอโทษ กรณีที่โพสต์ข้อความระบุว่า สมาชิกวุฒิสภาทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ภายใต้การเมืองระบอบสีน้ำเงิน….ว่า ไม่ติดขัดที่ สว. มารวมตัวกันและมีข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่อยากให้รู้ว่าคนที่ออกมาแถลงข่าวนั้นจริงๆ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับวันที่มีการเลือก สว. ในรอบสุดท้าย (ในกรุงเทพฯ) ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งเรื่องสีเสื้อ และการนั่งรถมา เมื่อตรวจสอบรายชื่อคนเหล่านั้น อาจทำให้ทราบเจตนาคนเหล่านั้น

เมื่อถามว่า จะมีการแถลงการณ์ขอโทษในเบื้องต้นออกมาเลยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่า เราต้องการให้รัฐสภามีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด และการที่โพสต์ข้อความสื่อสารผ่านโซเชียล รวมถึงคลิปที่มีการเผยแพร่ไปแล้ว ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เราตั้งข้อสังเกตเดียวกับที่สังคมสงสัยเรื่องที่มา สว. ยืนยันว่ามีเจตนาบริสุทธิ์ ที่จะทำให้รัฐสภามีความยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น และขอเรียกร้องไปยัง สว. ทุกคน หากคิดว่าระบบการคัดเลือก สว. ในปัจจุบัน มีปัญหาตรงไหนก็ไปแก้ที่รัฐธรรมนูญ หน้าที่เราคือการไปแก้ไขระบบต่างๆ เหล่านั้น เช่น การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เราประกาศไปแล้วว่ามีหลักการสำคัญ 3 ข้อ ที่อยากให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยึดโยงกับประชาชน ไม่มีการผูกขาด และไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้สมาชิกรัฐสภากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จึงอยากเชิญชวนวุฒิสภาที่เห็นด้วยกับหลักการนี้

เมื่อถามว่า สว. ยืนยันหลักเกณฑ์เสียง สว. 1 ใน 3 ทางพรรคประชาชนจะปรับแก้หรือไม่ เพื่อไม่ให้ถูกคว่ำเหมือนที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากผ่านวาระหนึ่ง ไปแก้ในกรรมาธิการแล้ว ก็อยากให้ สว. ยอมรับทุกร่างในวาระที่ 1 เพื่อผ่านไปสู่วาระ 2 ก่อน ตรงนี้จะเป็นการแสดงความจริงใจว่า สว. ทุกคนไม่ได้ปิดกั้น แต่เปิดกว้าง ไม่ต้องการพยายามรักษาสิทธิพิเศษหรืออำนาจของตัวเองให้อยู่ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ เราไม่ได้บ่อนทำลาย สว. ที่พรรคมี 3 ข้อเรียกร้องในการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น บอกว่าไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. เพราะกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่การแก้ไขฉบับเดิม ฉบับใหม่ควรให้สมาชิกรัฐสภาทุกภาคส่วนมีสิทธิเท่าเทียมกัน เราไม่ได้ไปตัดอำนาจส่วนนี้

การที่ตนสื่อสารว่าระบอบสีน้ำเงิน คือระบอบการเมืองที่ผูกขาด ที่สังคมและตนก็ตั้งคำถามเช่นเดียวกัน ว่าตกลงแล้วรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย กำลังมีทั้งอำนาจรัฐในฝ่ายบริหาร มีการตั้งคำถามว่า การเมืองกลุ่มก้อนนี้มีอิทธิพลเหนือ สว. หรือไม่ การแก้ไขคือยกระดับการถ่วงดุลตรวจสอบ ควรเปิดกว้างในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประชาชนให้มีความเชื่อมั่นเชื่อถือมากที่สุด ว่าตรวจสอบเอง ไม่ได้เป็นตัวที่มาขัดขวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น

เมื่อถามว่ามีคำถามย้อนกลับ ระบอบสีน้ำเงินเกิดขึ้นเพราะพรรคประชาชนทำเอ็มโอเอสนับสนุน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า “ยอมรับว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน เกิดขึ้นจากการตัดสินใจทางการเมืองของพรรคประชาชน แต่ผมอยากเน้นย้ำถึงคนไทยว่าประเทศไทยกำลังล้มเหลว คือความอ่อนแอภายใน การทุจริตคอร์รัปชันกำลังกัดกินประเทศนี้อยู่ การตรวจสอบที่ล้มเหลว ต้องกลับมาที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้หน่วยงานตรวจสอบยึดโยงกับประชาชนมากยิ่งขึ้น เช่น รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ในอดีตประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จำเป็นมากๆ ในการยกระดับอำนาจของประชาชน ทำให้ประเทศมีความโปร่งใสมากขึ้น ยอมรับว่าการตัดสินใจที่ผ่านมา อาจจะส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน แต่ขอชวนทุกคนมองไปข้างหน้าดีกว่า ตอนนี้การเมืองไทยอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินที่กำลังกัดกินประเทศ กินรวบอำนาจทางการเมือง และเศรษฐกิจ พรรคประชาชนยืนในหลักเดิมว่าทางออกคือ ทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนผ่านการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น

เมื่อถาม ย้ำว่าคิดอย่างไรกับคำกล่าวที่ว่าพรรคประชาชนทำให้เกิดระบอบสีน้ำเงิน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนยอมรับว่าการตัดสินใจทางการเมืองในอดีต อาจจะทำให้เกิดสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน

“ผมมองว่าระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะขึ้นมาบริหารประเทศก็ตาม ตราบใดที่เรายังมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตราบใดที่เรายังมีองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน จะมีอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนคอยทุบทำลายรัฐบาลที่มาจากประชาชนเสมอ ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยอาจจะเป็นด่านหน้า เป็นตัวแทน เป็นเอเย่นต์ (Agent)  คนหนึ่ง ที่อยู่ภายใต้ระบบสีน้ำเงินตรงนี้ แต่ถ้าเราจะสร้างทางออกให้กับประเทศจริงๆ ก็หนีไม่พ้นเอาหลังพิงประชาชน กลับไปเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทุกคนเห็นตรงกันและยอมรับ” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายณัฐพงษ์ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเอเย่นต์ของระบอบสีน้ำเงิน พอจะบอกโครงสร้างได้หรือไม่ว่าประกอบด้วยอะไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกคนช่วยวิเคราะห์และคิดตามดีกว่า ว่าภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน มีองค์ประกอบอย่างไรบ้าง ได้ตั้งคำถามไปยังสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน และที่มาขององค์กรอิสระบางส่วน อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่งหรือไม่ ถ้าทุกคนเห็นภาพตรงกัน เราก็จะรู้ว่า ทางออกของประเทศที่ควรจะแก้ไขอยู่ตรงไหน

“ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พรรคประชาชนมีหลายทางเลือก ว่าจะมี Option แบบไหนบ้างก็ขอให้รอดู ในวันยื่นร่างเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว