วันที่ 25 พ.ค.พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม ผกก.สภ.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากนายดลลาซิ ลานี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า พบรถยนต์เก๋งต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรถขนยาเสพติด ภายในรถมีกระสอบสีดำจำนวนมาก ถูกจอดทิ้งไว้ภายในสวนยางพาราของชาวบ้าน พื้นที่หมู่ 1 ต.ประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา ใกล้กุโบร์บ้านประกอบตก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ อินทสร ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พร้อมชุดสืบสวน ชุดปฏิบัติการ 6 กก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.ต.ชวัลวิทย์ บุญส่ง สว.กก.สส.ภ.จว.ยะลา ซึ่งช่วยราชการ สว.กก.สส.ภ.จว.สงขลา และเจ้าหน้าที่ EOD หรือชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.43 รวมถึงเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 พร้อมกำลังทหารและฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน กน 5982 สงขลา ถูกนำมาจอดทิ้งไว้ภายในสวนยางพารา

เจ้าหน้าที่ EOD ได้ทำลายประตูรถยนต์เพื่อตรวจสอบภายใน พบถุงสีดำจำนวน 10 กระสอบครึ่ง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 441 ถุง น้ำหนักรวม 441 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 88 ล้านบาท จึงได้ตรวจยึดไว้ พร้อมเก็บรายละเอียดและดีเอ็นเอเป็นหลักฐาน

เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวเป็นหญิงรายหนึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเจ้าของรถให้ข้อมูลว่า ได้นำรถไปจำนำไว้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้รับจำนำรถว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ หรือมีการขายต่อให้บุคคลใด เพื่อติดตามขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาไอซ์ล็อตนี้

จากข้อมูลเชิงลึก เจ้าหน้าที่คาดว่า ไอซ์ล็อตดังกล่าว ซึ่งถือเป็นล็อตใหญ่ที่สุดล็อตหนึ่งที่ตรวจยึดได้ในพื้นที่ น่าจะเตรียมลักลอบส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยใช้รถเก๋งคันนี้ขนมาพักไว้ในสวนยางพาราเพื่อรอขนต่อข้ามแดน แต่คาดว่าเกิดความผิดพลาด เนื่องจากมีชาวบ้านมาพบเสียก่อนและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ทั้งนี้ หากสามารถลักลอบนำไอซ์ล็อตดังกล่าวส่งเข้าไปยังประเทศมาเลเซียได้ จะมีมูลค่าสูงขึ้นเกือบ 3 เท่า หรือราว 220 ล้านบาท.