สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า นายไมเคิล คราตซิโอส หัวหน้าที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เขียนผ่านเอ็กซ์ว่า เรามีข้อมูลว่ามูนชอต เอไอ ได้นำข้อมูลจากเฟเบิลของแอนโทรปิก ไปใช้ในการพัฒนาโมเดล เค3

เขาย้ำว่า การลอกเลียนแบบทางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และลับ ๆ ที่มุ่งเป้าไปที่การขโมยเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสหรัฐ และบ่อนทำลายการวิจัยของอเมริกา “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”

ในวันพุธ (22 ก.ค.) นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวบนเอ็กซ์ว่า เขากำลังพิจารณาที่จะเพิ่มมูนชอต เข้าไปในบัญชีดำทางการค้า และกำหนดมาตรการคว่ำบาตร

ด้านนายหลิว ฉาง โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า คำกล่าวของคราตซิโอสไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง พร้อมเสริมว่า จีนเคารพการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมขอให้เคารพข้อเท็จจริง ละทิ้งอคติ และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีและทำลายความสำเร็จของจีน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

คราตซิโอสกล่าวอีกว่า มูนชอตได้ซื้อเซิร์ฟเวอร์ที่มีชิปเอไอประสิทธิภาพสูงของเอ็นวิเดีย ที่เรียกว่า จีบี300 และได้นำไปใช้ในประเทศไทย เพื่อฝึกฝนโมเดลเอไอของตน

อนึ่ง มูนชอตเพิ่งเปิดตัว “คิมิ เค3” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ก.ค.) ซึ่งเป็นแบบจำลองที่มีพารามิเตอร์ 2.8 ล้านล้านตัว โดยระบุว่า เป็นระบบเอไอแบบเปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับแบบเฟเบิลของแอนโทรปิก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS