นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น แถลงที่กรุงเทพมหานคร เป็นการสรุปเกี่ยวกับภารกิจเดินสายเยือนต่างประเทศตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่การเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ตามด้วยการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย และปิดท้ายด้วยการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดยอดผู้นำ กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ไทย


ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวว่า ภารกิจในต่างประเทศตลอดสัปดาห์นี้ เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อด้านความมั่นคงและสันติภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อญี่ปุ่น แต่ยังครอบคลุมไปทั่วทั้งภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อ และการที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


คิชิดะกล่าวถึงการพบหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ นอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กัมพูชา โดยการประชุมระดับทวิภาคีกับผู้นำเกาหลีใต้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ที่ผู้นำรัฐบาลทั้งสองประเทศประชุมร่วมกัน ซึ่งประเด็นหลักที่มีการแลกเปลี่ยนกับยุน แน่นอนว่า เกี่ยวข้องกับบรรยากาศตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และมีการเห็นพ้องร่วมกันในหลักการ เกี่ยวกับการจัดทำระบบเตือนภัยขีปนาวุธแบบเรียลไทม์

นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น แถลงที่กรุงเทพมหานคร หลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค


ขณะเดียวกัน คิชิดะกล่าวถึงการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า สงครามในยูเครนไม่ใช่สมรภูมิของการใช้อาวุธนิวเคลียร์


ทั้งนี้ ผู้นำญี่ปุ่นสรุปผลของภารกิจครั้งนี้เป็น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ การขยายผลความร่วมมือระดับพหุภาคีเกี่ยวกับยูเครน เน้นเป้าหมายการลดอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อต่อยอดสู่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี7” ซึ่งญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพที่เมืองฮิโรชิมา ในปี 2566

ตามด้วยการขยายความร่วมมือกับกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ เน้นไปที่ความมั่นคงทางอาหาร การบรรเทาความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการรักษาเสถียรภาพทางการเมือง ตลอดจนการธำรงหลักนิติธรรม และปิดท้ายด้วยประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค ทั้งทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ และเรื่องเกาหลีเหนือ พร้อมทั้งขอบคุณสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย

นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น และนางยูโกะ คิชิดะ ภริยา ถ่ายภาพร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ รศ.นราพร จันทร์โอชา ระหว่างงานกาลาดินเนอร์ ต้อนรับผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ที่กรุงเทพมหานคร


คิชิดะกล่าวด้วยว่า ปีหน้าถือเป็นปีสำคัญสำหรับญี่ปุ่นและอาเซียน เนื่องจากตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ และแน่นอนว่า การที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศจากเอเชียแห่งเดียวที่เป็นสมาชิกจี7 และจะทำหน้าที่ประธานในปีหน้า สอดคล้องกับเป้าหมายทรรศนะอาเซียนว่าด้วยอินโด-แปซิฟิก (ASEAN Outlook on Indo-Pacific) หรือ “เอโอไอพี” (AOIP) ซึ่งบรรลุที่การประชุมสุดยอดเซียน ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2562


นอกจากนี้ ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญ ว่า รัฐบาลเตรียมนำเสนอแผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงฉบับใหม่ต่อสภา ภายในสิ้นปีนี้ ในส่วนของ “การทบทวน” มาตรา 9 เป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญมาตลอด แต่แน่นอนว่า ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และยืนยันว่า ญี่ปุ่น “เป็นประเทศซึ่งรักสันติ”


เกี่ยวกับการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเดือนที่แล้ว คิชิดะกล่าวด้วยว่า ญี่ปุ่นเตรียมเฉลิมฉลองตลอดปีหน้าด้วย เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่อาหารญี่ปุ่นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และสายการบินของญี่ปุ่น เตรียมกลับมาให้บริการเส้นทางบินตรงระหว่างไทย กับจุดหมายในภูมิภาคฮอกไกโด และภูมิภาคคันไซ ในเดือนหน้า.

เครดิตภาพ : REUTERS