เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งโพสต์ รูปภาพยายคนหนึ่งถูกทำร้ายในกลุ่มข่าวนนทบุรีถึงชาวนนทบุรี โดยระบุข้อความว่า “ ขออนุญาตนะครับ ‼️ ใครรู้จักคุณคนนี้บ้างครับ โดนซ้อมและโดนขโมยโทรศัพท์กับกระเป๋าเงิน
พบเจอที่ติวานนท์3 เมื่อ 29/03/69 วันนี้ตอน 19:10น.
เบื้องต้นได้สอบถามและได้ความมาว่า ‼️
- เหตุเกิดวันที่ 26/03/69 เวลาประมาณ ตี2-3
- สถานที่เกิดเหตุ เขาบอกมาว่า น่าจะซอย ติวานนท์12 (ตรงอู่รถ)
- โดนผู้ชายสูงไม่ถึง 175 ซม ทำร้ายร่างกายใบหน้าบวมช้ำดังในรูป และได้ขโมยโทรศัพท์ VIVO ไม่ทราบรุ่น ทั้งขโมยกระเป๋าเงิน กุญแจห้องไปด้วย
- เขาบอกว่ากุญแจที่ถูกขโมยไปเป็นของห้องธีรวรรณอพาร์ทเม้น และบอกว่าที่ออกมาเพราะว่าห้องร้อนเลยออกมานอนข้างล่าง(แถวอู่รถ)ทราบมาอย่างนี้จริงๆครับ
- ทราบชื่อ มาลี XXXX
- ตอนนี้เขาไม่มีโทรศัพท์และเงินติดตัวเลยครับ

หลังจากที่คุยกันเสร็จเขาบอกว่าจะไปนอนกับเพื่อนแถวบิ๊กซีติวานนท์ครับ
** ท่านใดที่ทราบว่าคุณป้าคนนี้เป็นใครหรือมีญาติพี่น้องที่รู้จัก แจ้งในคอมเม้นได้เลยครับ ** ”
โดยภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพชาย 1 ราย รูปร่างผอม ผิวคล้ำ สวมเสื้อยืดสีเทา ใส่กางเกงขาสั้น สวมรองเท้าแตะ เดินมานั่งอยู่ข้างผู้เสียหายที่นอนพักอยู่ริมทาง ก่อนจะลงมือทำร้ายด้วยการกระทืบ 3 ครั้ง เอาศอกกระทุ้ง 1-2 ครั้ง ผู้เสียหายได้ร้องโอดครวญและขอร้องให้คนร้ายปล่อย ก่อนคนร้ายจะฉกโทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ของผู้เสียหายไป 1 เครื่อง กระเป๋าเงินและกุญแจห้อง ก่อนวิ่งหลบหนีไป


ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามกรณีดังกล่าวกับนายชนินทร์ สาอาจ อาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด สภ.เมืองนนทบุรี เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวาน(29มี.ค.)ขณะที่กำลังเข้าเวรมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนนทบุรี แจ้งมาว่าให้สายตรวจและกู้ภัย เข้าตรวจสอบว่ามีหญิงถูกทำร้ายภายในซอยประชาราษฎร์ซอย 8 จึงได้เอารถพยาบาลสนับสนุน พอเดินทางไปถึงพบหญิงทราบชื่อต่อมาคือนางมาลี อายุประมาณ 60 ปีกว่า เดินอยู่ภายในซอยสภาพร่างกาย บอบช้ำโดยเฉพาะบริเวณใบหน้า

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า จากการสอบถามนางมาลีบอกว่ามาตามหาเพื่อน ส่วนชาวบ้านบอกว่านางมาลี ได้เดินเข้าไปบ้านคนอื่น มาถามหาเพื่อนแต่ไม่รู้ว่าเพื่อนชื่ออะไร ตนพยายามสอบถามเหตุผลนางมาลี ไม่ยอมบอกพูดเพียงว่าจะตามหาเพื่อน ไม่อยากอยู่บ้านกลับไปบ้านไม่ได้ ตนเห็นสภาพร่างกายและใบหน้าบอบช้ำเลยบอกให้ไปโรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยไปตามหาเพื่อน แต่ทางนางมาลี บอกว่าไปทำไมโรงพยาบาลแกเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล ด้วยความที่ตนสงสัยว่าไปโรงพยาบาลจริงไหม เลยบอกว่าให้เอาตัวยาหรือใบรับรองแพทย์ให้ดู ไปโรงพยาบาลจริงหรือเปล่าจึงได้ช่วยกันดูกับสายตรวจ ปรากฏว่าซองยาระบุว่าไปหาหมอมาวันที่ 28 มีนาคมเวลา11.00 น.
นายชนินทร์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ถูกทำร้ายและชิงโทรศัพท์ โดยส่วนตัวตนไม่มั่นใจว่าข้อมูลตรงนี้มาจากไหน แต่เมื่อวานที่ตนจะไปส่งนางมาลีที่บ้านแกดื้อเดินหนีไม่ยอมให้ไปส่งที่บ้านระหว่างที่ตนกลับรถในซอยขับกลับมาเพื่อจะรับนางมาลีขึ้นรถ ปรากฏมีชาวบ้านคนนึงรู้จักที่พัก บอกกับตนว่าอย่าเอาแกไปส่งบ้านเลย กลับไปก็โดนผัวซ้อมเหมือนเดิม ตนเลยไม่มั่นใจว่าถูกสามีซ้อมมาหรือโดนอะไรกันแน่ ทางชาวบ้านที่บอกเขารู้ดีเพราะเขาเป็นเจ้าของเคท รับรู้เรื่องนี้มาตลอด

ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าพักอาศัยอยู่กับใครถูกสามีซ้อมจริงหรือเปล่าต้องไปตามดูที่บ้าน ตอนพูดคุยกันนางมาลีไม่ได้พูดว่าถูกชิงทรัพย์ตนถามหาโทรศัพท์ถามหาเบอร์ญาติก็บอกว่าไม่มีถามหาญาติแกก็ไม่ตอบเอาซองยาคืนให้เดินหนีอย่างเดียว ตอนแรกตนกับสายตรวจพยายามจะกักตัวนางมาลีไว้ ตำรวจบอกว่าไม่รู้จะกักตัวไว้ได้ยังไงเพราะว่าทางนางมาลีไม่สมัครใจอยู่ แยกทางตำรวจจะแจ้งนักสังคมสงเคราะห์ ให้เข้ามาดูแลแกเดินหนีนางมาลีบอกว่ามาตามหาเพื่อนและมีคนรู้จัก อีก 2-3 คน ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวน่าจะมีคนติดต่อเพื่อนให้นางมาลีได้ตนเลยแยกย้ายกลับ



