สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ว่า วันรำลึกเหตุการณ์ “โฮโลโดมอร์” มาถึงในขณะที่ยูเครนกำลังสู้รบเพื่อขับไล่กองกำลังของรัสเซียที่บุกเข้ามา และรับมือกับปัญหาไฟฟ้าดับที่เกิดจากการโจมตีทางอากาศ ซึ่งรัฐบาลเคียฟ กล่าวว่า เป็นการมุ่งเป้าทำลาย การแก้ไขปัญหาการต่อสู้ของประชาชน

โฮโลโดมอร์ ซึ่งเป็นภาษายูเครน และหมายถึง การเข่นฆ่าด้วยความอดอยากหิวโหย เข้ามามีบทบาทสำคัญในความทรงจำร่วมกันของชาวยูเครนมากขึ้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือน พ.ย. 2475 เมื่อนายโจเซฟ สตาลิน ผู้นำสหภาพโซเวียตในเวลานั้น ส่งตำรวจไปยึดธัญพืชและปศุสัตว์ทั้งหมดจากฟาร์มของยูเครน ส่งผลให้เกษตรกรหลายล้านคนต้องอดตายในอีกหลายเดือนต่อมา ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนเรียกว่าเป็น “การสังหารหมู่โดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน”

หญิงชาวยูเครนถือเทียนไขพร้อมดอกข้าวสาลี เตรียมไปวางที่อนุสาวรีย์โฮโลโดมอร์ ในกรุงเคียฟ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียเล็งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วยูเครน ด้วยการโจมตีทางอากาศหลายชุดที่ทำให้ไฟฟ้าดับในวงกว้าง และคร่าชีวิตพลเรือนหลายคน โดยประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ชาวยูเครนหลายล้านคนยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และนางโอเลนา เซเลนสกา ภริยา ร่วมกันวางตะกร้าเทียนไขประดับดอกข้าวสาลี บริเวณฐานอนุสาวรีย์ รำลึกเหตุการณ์ “โฮโลโดมอร์” ในกรุงเคียฟ

แม้ทำเนียบเครมลินจะปฏิเสธการโจมตีดังกล่าวว่ามุ่งเป้าไปที่พลเรือน แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ทางทำเนียบระบุว่า รัฐบาลเคียฟสามารถ “ยุติความทุกข์ทรมาน” ได้โดยตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของรัสเซียในการหาทางออกจากสงคราม

อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศยูเครน กล่าวหาว่า รัฐบาลมอสโกฟื้นฟูยุทธวิธีในช่วงทศวรรษที่ 1930 ซึ่งเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของรัสเซียที่หมายมุ่งกำจัดยูเครนและความเป็นรัฐของประเทศ ทว่ารัฐบาลมอสโกปฏิเสธการเสียชีวิตที่เกิดจากนโยบายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยเจตนา พร้อมเสริมว่า ชาวรัสเซียและกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ต่างประสบกับความอดอยากด้วยเช่นกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS