สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ว่า การฟอกขาวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกำลังคุกคามแนวปะการัง ซึ่งรวมแล้วเกิดขึ้น 4 ครั้งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกในช่วงปรากฏการณ์ลานีญาของปีนี้
“ความสามารถของแนวปะการังในการฟื้นตัวจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อยู่ในความเสี่ยงอย่างมาก” กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่เยี่ยมชมแนวปะการังเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ระบุในรายงาน
ด้าน นางทันยา พลิเบอร์เซค รมว.สิ่งแวดล้อมออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลจะผลักดันไม่ให้ยูเนสโกกำหนดแนวปะการังให้อยู่ในกลุ่ม “เสี่ยงอันตราย” เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกำลังคุกคามแนวปะการังทั้งหมดทั่วโลก ไม่ใช่แค่ที่นี่ที่เดียว
The impacts of global warming on the Great Barrier Reef and other coral reef systems worldwide also demand that our political leaders work together with world leaders to accelerate decarbonisation. #auspol pic.twitter.com/U2pvrj15l3
— Australian Academy of Science (@Science_Academy) November 29, 2022
“เราจะชี้แจงอย่างชัดเจนต่อยูเนสโกว่า มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจาะจงมาที่เกรตแบริเออร์รีฟ” พลิเบอร์เซค กล่าวในระหว่างการแถลงข่าว “เหตุผลที่ยูเนสโกในอดีตเลือกเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงนั้นเป็นเพราะว่า พวกเขาต้องการเห็นการลงทุนของรัฐบาล หรือการดำเนินของรัฐบาลที่มากขึ้น และนับตั้งแต่ที่ออสเตรเลียมีการเปลี่ยนรัฐบาล ทั้งสองสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น”
Australian scientists and environmental advocates say they are disappointed by the ‘terrible’ decision to not add the Great Barrier Reef to a list of World Heritage Sites that are in danger https://t.co/pNOCPJRcVq pic.twitter.com/QgERRzhgAz
— Reuters (@Reuters) July 24, 2021
ทั้งนี้ รัฐบาลแคนเบอร์ราพยายามดำเนินการมานานหลายปี เพื่อไม่ให้เกรตแบริเออร์รีฟอยู่ในสถานะเสี่ยงอันตราย เพราะมันอาจส่งผลให้แนวปะการังสูญเสียการเป็นแหล่งมรดกโลก และลดการดึงดูดนักท่องเที่ยวบางส่วน โดยเมื่อปีที่แล้ว ออสเตรเลียสามารถหลบเลี่ยงไม่ให้ปะการังถูกเพิ่มในรายชื่อ “ตกอยู่ในอันตราย” ได้ หลังจากความพยายามอย่างหนักของรัฐบาลชุดก่อนหน้า ที่ทำให้ยูเนสโกเลื่อนการตัดสินใจมาเป็นปีนี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



