สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ว่า การฟอกขาวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกำลังคุกคามแนวปะการัง ซึ่งรวมแล้วเกิดขึ้น 4 ครั้งในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกในช่วงปรากฏการณ์ลานีญาของปีนี้

“ความสามารถของแนวปะการังในการฟื้นตัวจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อยู่ในความเสี่ยงอย่างมาก” กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่เยี่ยมชมแนวปะการังเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ระบุในรายงาน

ด้าน นางทันยา พลิเบอร์เซค รมว.สิ่งแวดล้อมออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลจะผลักดันไม่ให้ยูเนสโกกำหนดแนวปะการังให้อยู่ในกลุ่ม “เสี่ยงอันตราย” เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกำลังคุกคามแนวปะการังทั้งหมดทั่วโลก ไม่ใช่แค่ที่นี่ที่เดียว

“เราจะชี้แจงอย่างชัดเจนต่อยูเนสโกว่า มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจาะจงมาที่เกรตแบริเออร์รีฟ” พลิเบอร์เซค กล่าวในระหว่างการแถลงข่าว “เหตุผลที่ยูเนสโกในอดีตเลือกเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงนั้นเป็นเพราะว่า พวกเขาต้องการเห็นการลงทุนของรัฐบาล หรือการดำเนินของรัฐบาลที่มากขึ้น และนับตั้งแต่ที่ออสเตรเลียมีการเปลี่ยนรัฐบาล ทั้งสองสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น”

ทั้งนี้ รัฐบาลแคนเบอร์ราพยายามดำเนินการมานานหลายปี เพื่อไม่ให้เกรตแบริเออร์รีฟอยู่ในสถานะเสี่ยงอันตราย เพราะมันอาจส่งผลให้แนวปะการังสูญเสียการเป็นแหล่งมรดกโลก และลดการดึงดูดนักท่องเที่ยวบางส่วน โดยเมื่อปีที่แล้ว ออสเตรเลียสามารถหลบเลี่ยงไม่ให้ปะการังถูกเพิ่มในรายชื่อ “ตกอยู่ในอันตราย” ได้ หลังจากความพยายามอย่างหนักของรัฐบาลชุดก่อนหน้า ที่ทำให้ยูเนสโกเลื่อนการตัดสินใจมาเป็นปีนี้.

เครดิตภาพ : REUTERS