สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ใช้คำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อวันอังคาร ให้กลุ่มคนขับรถบรรทุกในอุตสาหกรรมซีเมนต์กลับเข้าทำงาน “ทันที” พร้อมทั้งเตือนว่า รัฐบาลยึดมั่นตามหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด และจะไม่มีทางประนีประนอมให้กับ “กิจกรรมผิดกฎหมาย”
Pres. Yoon issues executive order for cement-field striking truckers to return to work at Cabinet meeting#YoonSukyeol #Cargo_Truckers_Solidarity_Union #Arirang_News pic.twitter.com/H7UVcX7Mxi
— Arirang News (@arirangtvnews) November 29, 2022
ทั้งนี้ กลุ่มคนขับรถบรรทุกในอุตสาหกรรมซีเมนต์ผละงานประท้วงมานาน 1 สัปดาห์แล้ว เพื่อเรียกร้องการเพิ่มค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อ และการยกระดับสวัสดิการพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นการผละงานประท้วงครั้งที่สอง ภายในระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน สร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ วันละ 300,000 ล้านวอน ( ราว 8,002.91 ล้านบาท ) ท่ามกลางการประเมินว่า เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปเอเชีย จะเผชิญกับภาวะถดถอยในปีหน้า
ขณะที่ สมาคมซีเมนต์เกาหลีออกรายงานว่า การผละงานประท้วงครั้งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 65,000 ล้านวอน ( ราว 1,699.74 ล้านบาท ) เขตก่อสร้างมากกว่า 250 แห่ง หรือราวครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ในปัจจุบัน ต้องระงับการทำงานอย่างไม่มีกำหนด
แม้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ที่ประธานาธิบดีใช้คำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อยุติการผละงานประท้วง โดยผู้ที่ฝ่าฝืนต้องรับโทษตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถบรรทุก การรับโทษจำคุกนานสูงสุด 3 ปี หรือปรับเป็นเงินสูงสุด 30 ล้านวอน ( ราว 802,024.58 บาท ) แต่สหภาพแรงงานคนขับรถบรรทุกออกแถลงการณ์ประณาม ว่ารัฐบาลของยุนละเมิดกฎหมายแรงงานระหว่างประเทศ และชัดเจนว่า ภาครัฐไม่ต้องการเจรจา
ด้านกระทรวงคมนาคมของเกาหลีใต้ยืนยันการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจ เพื่อกดดันให้คนขับรถบรรทุกยุติการผละงานประท้วงครั้งนี้ โดยมีคำเตือนในเบื้องต้น ว่าผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามในระยะแรก อาจถูกระงับใบอนุญาตขับรถบรรทุกนาน 30 วัน.
เครดิตภาพ : REUTERS







