สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ว่าจรวดลอง มาร์ช-ทูเอฟ ของสำนักงานอวกาศแห่งชาติจีน ( ซีเอ็นเอสเอ ) เดินทางขึ้นจากศูนย์อวกาศจิ่วเฉวียน กลางทะเลทรายโกบี ในมณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อเวลา 23.08 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคารที่ผ่านมา ( 22.08 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) เพื่อส่งยานแคปซูล “เสินโจว-15” นำลูกเรือ 3 คน ไปประจำการบนสถานีอวกาศเทียนกง เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อสานต่อภารกิจประกอบสถานีในขั้นตอนสุดท้าย
China launched the manned spaceship Shenzhou-15 on Tuesday night, with three astronauts onboard due to meet with their colleagues on the country's space station and conduct a work handover. #GLOBALink pic.twitter.com/I3ZettljhN
— China Xinhua News (@XHNews) November 29, 2022
สำหรับลูกเรือที่เดินทางไปครั้งนี้มี 3 คน ได้แก่ นายเฟย จวิ้นหลง วัย 57 ปี หัวหน้าภารกิจ นายเติ้ง ชิงหมิง วัย 56 ปี และนายจาง ลู่ วัย 46 ปี โดยภารกิจเสินโจว-15 นับเป็นครั้งที่ 6 ของโครงการเดินทางสู่อวกาศแบบมีมนุษย์ควบคุมของจีน และเป็นภารกิจสุดท้ายจากทั้งหมด 11 ภารกิจ ในการประกาศสถานีอวกาศเทียนกงให้เสร็จสิ้น ซึ่งดำเนินการตั้งแต่เดือนเม.ย. ปีที่แล้ว มีโครงสร้างพื้นฐานเป็นโมดูลหลัก 3 ตัว ได้แก่ ห้องปฏิบัติการเทียนเหอ เวิ่นเทียน และเมิ่งเทียน เมื่อประกอบเสร็จจะมีรูปร่างคล้ายตัวอักษร “ที” ( T ) ในภาษาอังกฤษ
A see-off ceremony for three Chinese astronauts of the Shenzhou-15 manned space mission. #GLOBALink pic.twitter.com/ygvovNLOPF
— China Xinhua News (@XHNews) November 29, 2022
นับตั้งแต่ปี 2546 มีนักบินอวกาศของจีนออกเดินทางไปปฏิบัติงานนอกโลกแล้วประมาณ 20 คน แม้เป็นจำนวนที่ยังน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับสหรัฐและรัสเซีย หรือแม้แต่สหภาพโซเวียต ทว่าไม่อาจปฏิเสธได้ ว่านโยบายด้านอวกาศของจีนคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลและกองทัพ ร่วมด้วยแรงผลักดัน จากการที่สหรัฐปฏิเสธให้จีนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสถานีอวกาศนานาชาติ ( ไอเอสเอส )
อนึ่ง ก่อนการส่งลูกเรือเสินโจว-15 เพียงไม่กี่วัน กองทัพอวกาศสหรัฐเผยแพร่รายงานว่า โครงการอวกาศของจีนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง มีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดอย่างมาก โดยเฉพาะการพัฒนาและส่งดาวเทียมสื่อสาร และยานอวกาศแบบนำกลับมาใช้ใหม่
การดำเนินงานของจีนมีแนวโน้มชัดเจนอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปอย่างรวดเร็ว “เกินความคาดหมาย” จนสามารถทัดเทียมและล้ำหน้าสหรัฐได้ภายในอีกไม่ช้า ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลวอชิงตัน “ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด” และเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องให้ทิ้งห่าง.
เครดิตภาพ : REUTERS


