ไอดอลเกาหลีที่ฮอตสุด ๆ ในนาทีนี้ต้องยกให้ ศิลปินหนุ่ม จอน จองกุก (Jeon JungKook) เจ้าของฉายา “มักเน่ทองคำ” น้องเล็กสมาชิกบอยแบนด์ดังระดับโลก “บีทีเอส (BTS)” ที่ล่าสุดได้สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่อีกครั้ง กับการเป็นศิลปินเกาหลีคนแรก ที่ได้ร้องเพลงประกอบการแข่งขัน ที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง ศึกฟุตบอลโลก 2022 หรือ FIFA World Cup Qatar 2022 ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศกาตาร์ กับเพลง “Dreamers” ท่ามกลางกระแสตอบรับสุดร้อนแรง พิสูจน์ความเป็นไอดอลที่ได้รับการยอมรับระดับโลกของเขาอีกครั้ง งานนี้ “ฮาอึน” จึงไม่พลาดรวมเรื่องราวดี ๆ เหล่านี้ และความสำเร็จบนเวทีอินเตอร์ของ จองกุก มาฝากแฟน ๆ กันแบบจัดเต็ม

สำหรับเพลง “Dreamers” มาพร้อมดนตรีสนุก ๆ เคล้ากลิ่นอายอาราเบียน โดดเด่นด้วยเสียงกลองสุดเร้าใจ และเนื้อหาที่เต็มไปด้วยพลังบวก กับท่อนฮุคติดหูว่า “Look who we are, we are the dreamers We make it happen, ’cause we believe it Look who we are, we are the dreamers We make it happen ’cause we can see it (มองดูสิว่าเป็นใคร เราเป็นคนช่างฝันไง เราจะทำมันให้เกิดขึ้นจริง เพราะว่าเราเชื่อในมันยังไงล่ะ มองดูสิว่าเป็นใคร เราเป็นคนช่างฝันไง เราจะทำมันให้เกิดขึ้นจริง เพราเรามองเห็นมันยังไงล่ะ!)”

ซึ่งหลังจาก จองกุก ได้ปล่อยเพลง “Dreamers” ได้ไม่นาน ก็สามารถทะยานขึ้นครองอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Songs ในภูมิภาคต่าง ๆ ได้ถึง 102 แห่ง รวมถึงตลาดเพลงที่ใหญ่ที่สุด 8 แห่งของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, แคนาดา, ออสเตรเลีย, เยอรมนี และอิตาลี ที่สำคัญเพลงนี้ยังทำลายสถิติ เป็นเพลงประกอบฟุตบอลโลก ที่ไต่ขึ้นอันดับ 1 ได้เร็วสุดบนชาร์ต iTunes Top Songs ในสหรัฐอเมริกา ด้วยเวลาเพียง 2 ชั่วโมง กับ 11 นาที ด้วย!!

ล่าสุด จองกุก ก็ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเพลงและเวทีฟุตบอลโลกอีกครั้ง ด้วยการนำซิงเกิ้ล “Dreamers” ขึ้นโชว์ในพิธีเปิดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 ณ สนาม Al Bayt Stadium ร่วมกับ ฟาฮัด อัลคูไบซี (Fahad Al Kubaisi) ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชาวกาตาร์ ประเทศเจ้าภาพ กลายเป็นชอตประวัติศาสตร์ ที่ทำให้คนทั้งโลกได้เห็นความเป็นเอเชีย ผสมผสานระหว่างเคป๊อปของโลกตะวันออก และวัฒนธรรมทางดนตรีแห่งดินแดนตะวันออกกลาง ที่สำคัญ จองกุก ยังถือเป็นศิลปินเกาหลีคนแรก ที่ได้ขึ้นโชว์ในพิธีเปิดฟุตบอลโลก ท่ามกลางผู้ชมในสนามกว่า 60,000 ในสนาม และถ่ายทอดสดไปทั่วโลก พร้อมยังพาแฮชแท็ก #JUNGKOOKxFIFA พุ่งทะยานติดเทรนด์ทวิตเตอร์โลกอีกด้วย

ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ จองกุก ได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับโลก เพราะก่อนนี้เจ้าตัวพร้อมกับวง “BTS” ได้สร้างประวัติศาสตร์ต่าง ๆ มากมาย ทั้งเป็นศิลปินเคป๊อปวงแรก ที่ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวที “สหประชาชาติ (UN)” ณ สำนักงานใหญ่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในฐานะ ทูตสันถวไมตรี แคมเปญ Love Myself ของ “องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF )” รวมถึงเป็นศิลปินไอดอลวงแรก ที่ได้รับเหรียญอิสริยาภรณ์วัฒนธรรม ในงาน “Korean Culture and Arts 2018” นอกจากนี้ จองกุก และเพื่อนสมาชิก “BTS” ยังเป็นทูตกิตติมศักดิ์งาน “Busan World Expo” ประจำปี 2030 อีกด้วย

ขณะที่ผลงานเพลงไอดอลหนุ่ม และวง “BTS” บนเวทีระดับอินเตอร์ก็โดดเด่นไม่มีแผ่ว พวกเขาเดินหน้าโชว์การแสดงบนเวทีโลกมากมาย อาทิ เวที Billboard Music Awards, เวที Grammy Awards รวมถึงจัด คอนเสิร์ต “BTS Love Yourself Tour : Speak Yourself” ณ สนาม Wembley Stadium ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเป็นศิลปินเกาหลีกลุ่มแรกที่ได้จัดคอนเสิร์ตในสนามอันเลื่องชื่อแห่งนี้ ที่มีความจุราว 90,000 ที่นั่ง และบัตรขายหมดเกลี้ยง! รวมทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ เป็นศิลปิน K-Pop กลุ่มแรกที่ได้แสดงในรายการทีวีชื่อดังของอเมริกา อย่าง “Saturday Night Live” เป็นต้น

นอกจากนี้ จองกุก และ “BTS” ยังได้กวาดรางวัลระดับเวิลด์ไวด์แบบสุดปัง อาทิ รางวัล “Group of the Year” จากเวที MTV Video Music Awards ต่อเนื่องถึง 4 ปี นับตั้งแต่ 2019, 2020, 2021 และ 2022 ขึ้นแท่นศิลปินกลุ่มที่ชนะรางวัลนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของงานดังกล่าว, เป็นศิลปินเกาหลีกลุ่มแรกที่คว้ารางวัล “Top Social Artist” บนเวที Billboard Music Awards 2017 และล่าสุดกับรางวัล Billboard Music Awards ปี 2022 ที่ “BTS” ได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยการชนะรางวัลมากที่สุดถึง 3 รางวัล จากการเข้าชิง 6 สาขารางวัล ได้แก่ รางวัล “Top Duo/Group”, “Top Song Sales Artist” และ “Top Selling Song” จากซิงเกิ้ลภาษาอังกฤษ อย่าง “Butter” ที่ฮอตฮิตไปทั่วโลก ซึ่งการคว้ารางวัลครั้งนั้น ยังทำให้ตอนนี้วง “BTS” สร้างสถิติจำนวนรางวัล Billboard ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา รวมทั้งหมดถึง 12 รางวัล ทุบสถิติเก่าของวงเกิร์ลกรุ๊ประดับตำนาน “Destiny’s Child” ศิลปินกลุ่มที่เคยครองรางวัลบิลบอร์ดมากที่สุด 11 รางวัล และไม่เคยมีใครล้มแชมป์สถิตินี้ได้มานานถึง 17 ปี! กระทั่ง “BTS” ได้ทำลายลงได้สำเร็จ รวมทั้งสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการเป็นศิลปินเคป๊อปวงแรก ที่คว้า “Artist of the Year” ซึ่งถือเป็นรางวัลสาขาใหญ่ที่สุดในงาน American Music Awards 2021 แถมยังคว้ารางวัล “Favorite Pop Duo/Group” เเละ “Favorite Pop Song” ในเพลง “Butter” จากเวทีเดียวกันนี้ด้วย นอกจากนี้ยังเป็นศิลปินเกาหลีกลุ่มแรกที่ได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Awards 2020 เป็นต้น

อีกทั้งยังได้ร่วมงานกับศิลปินแนวหน้าของโลกมากมาย ไม่ว่าเป็นเพลง “Permission to Dance” ที่ จองกุก และ “BTS” ได้ศิลปินและนักทำเพลงระดับโลก เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) มาร่วมแต่งเพลงนี้ เพื่อถ่ายทอดความหวัง และมอบกำลังใจให้กับทุกคนในยามที่ต้องฝ่าฟันกับวิกฤตโรคระบาด ซึ่งเพลงนี้ยังขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 เป็นต้น นอกจากนี้วง “BTS” ยังได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอีกครั้ง กับวง โคลด์เพลย์ (Coldplay) ในเพลง “My Universe” ที่ครองชาร์ตอันดับ 1 มากมาย ไม่ว่าจะะเป็น Billboard Hot 100, Billboard Digital Song Sales และ Rolling Stones Top 100 เป็นต้น รวมทั้งการได้คอลแลปส์กับดีเจระดับโลก อย่าง สตีฟ อาโอกิ (Steve Aoki) และแร็พเปอร์ดัง ดีไซเนอร์ (Desiigner) ในเพลง “MIC Drop” เวอร์ชั่นรีมิกซ์ ล่าสุดหนุ่ม จองกุก ยังจับมือกับศิลปินและนักแต่งเพลงมากฝีมือชั้นนำของโลก อย่าง ชาร์ลี พูท (Charlie Puth) ปล่อยเพลง “Left and Right” ที่ได้รับการต้อนรับจากแฟน ๆ อย่างอบอุ่น! เป็นต้น

ในส่วนความนิยมนั้น ไม่ต้องพูดถึง จองกุก เป็นหนึ่งในไอดอลที่ได้รับความรักจากแฟนคลับมากมายทั่วโลก การันตีได้จากการที่เขาเป็นศิลปินเกาหลีคนแรก ที่สามารถคว้ารางวัล Instagrammer Global ในงาน MTV Millennial Awards เมื่อปี 2019 ได้ ทั้งที่ขณะนั้น จองกุก ยังไม่มีแอคเคานท์อินสตาแกรมส่วนตัวอย่างเป็นทางการ โดยแอคเคานท์อินสตาแกรมที่ได้รางวัลนั้น เป็นบัญชีของแฟนคลับ จองกุก ที่ใช้ชื่อ @bts.jungkook ซึ่งเอาชนะแอคเคานท์อินสตาแกรมทางการ ของศิลปินระดับโลก อย่าง อารีอานา กรานเด (Ariana Grande), ชอว์น เมนเดส (ShawnMendes) และ มาร์ชแมลโลว์ (Marshmello) อย่างไรก็ตามขณะนี้ จองกุก มีแอคเคานท์อินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของตัวเองแล้ว ชื่อ “jungkook.97” โดยมียอดผู้ติดตามมากถึง 48.3 ล้านฟอลโลเวอร์ทีเดียว!

ความสำเร็จของ “จองกุก” ในวันนี้ พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของเขา ที่เติบโตมาอย่างดี และไม่เคยหยุดพัฒนา ซึ่ง “จองกุก” ในวัย 25 ได้กลายเป็นความภาคภูมิใจ ไม่ใช่เพียงแค่ “อาร์มี่” (ชื่อแฟนคลับ) ทั่วโลกเท่านั้น แต่มันเป็นความภูมิใจของคนเกาหลีใต้ทั้งชาติอีกด้วย!

ฮาอึน / ภาพ : Getty Images, FIFA World Cup, BTS_twt, Big Hit Entertainment, AP