นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า รัฐบาล ได้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รอบรับการใช้งานดิจิทัลของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการเงิน การดำเนินธุรกิจ การลดช่องว่างทางด้านความปลอดภัย การจัดการข้อมูล การขนส่ง และอื่น ๆ อีกหลายประเภท ซึ่งทางกระทรวงดีอีเอสได้กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับนวัตกรรมดิจิทัล ตามแผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (พ.ศ. 2561-2565) มีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการ ระบุข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ให้เป็นที่อยู่ดิจิทัล หรือเรียกว่า “ดิจิทัลโพสต์ไอดี : Digital Post ID”

โดยมอบหมายให้ไปรษณีย์ไทย (ปณท) ในฐานะหน่วยงานในการกำกับดูแล ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาต่อยอดจากรหัสไปรษณีย์ที่ใช้ตัวเลขห้าหลัก ซึ่งใช้เป็นมาตรฐานการจัดส่งสิ่งของของไทย มากว่า 40 ปี โดยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งให้มีความสามารถระบุตำแหน่งด้วยรหัสดิจิทัลโพสต์ไอดี ที่สามารถถูกแปลงเป็นพิกัดที่อยู่ของประชาชนภายในประเทศไทยได้ถึงระดับครัวเรือน พร้อมกันนี้ ยังสามารถรักษาความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ของข้อมูลส่วนบุคคลของภาคประชาชน

ทั้งนี้ โครงการ Digital Post ID คือ รหัสไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งเดิมเราใช้มันจะบอกเป็นอําเภอหรือเป็นตัวพื้นที่ไปรษณีย์กว้างๆ วันนี้เราจะขยายให้เป็นถึงการส่งถึงที่บ้าน การบอกรหัสต่อไปจะเป็นถึงบ้านเป็น location based Digital ID จะทําให้การขนส่ง การส่งสินค้า มีความแม่นยํามากขึ้น การแจ้งที่อยู่ระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย อีคอมเมิร์ซก็จะสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องแจ้งที่อยู่ยาวๆ ทั้งคนส่งก็ไม่ต้องมานั่งเขียนที่อยู่แจ้งเป็นโพสต์อย่างเดียว แล้วทําเป็น QR code ซึ่งจะมีความปลอดภัยเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้รั่วไหลและที่สําคัญการแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ก็ทําได้สะดวกผ่านระบบ ผ่านแอพพลิเคชั่น”

“การใช้ Digital Post ID เวลาเราแจ้งที่อยู่ในการส่งสินค้า เราจะแจ้งแค่เป็น Post ID แล้วก็พริ้นต์

ออกมาเป็นคิวอาร์โค้ด เราจะไม่แจ้งที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์จริงให้กับผู้ขายสินค้าหรือคนที่จะส่งมาเพราะฉะนั้นมิจฉาชีพก็จะไม่รู้ข้อมูลเหล่านี้ของเราข้อมูลส่วนตัว เขาจะใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาหลอกลวงเป็นสแกม เป็นคอลเซ็นเตอร์อะไรไม่ได้ ซึ่งก็ทําให้ระบบต่างๆก็จะมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นประชาชนก็จะปลอดภัยจากมิจฉาชีพมากยิ่งขึ้นเพราะข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่รั่วไหลแล้ว แค่คิวอาร์โค้ดหรือเป็น Post ID ซึ่งจะเป็นชื่อเล่น ชื่อต่างๆ ที่เราตั้งขึ้นมาจะเป็นเหมือนเราเซตอีเมลก็จะเป็น Post ID ขึ้นมา” นายชัยวุฒิ กล่าว

ด้าน นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท กล่าวว่า ปณท ได้ลงทุนพัฒนาระบบประมาณ 100 ล้านบาท โดยหลักการทำงาน เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการระบุข้อมูลตำแหน่งที่อยู่เดิมให้เป็นที่อยู่ดิจิทัล หรือดิจิทัลโพสต์ไอดี โดยต่อยอดจากการใช้รหัสไปรษณีย์ 5 หลัก มาแปลงเป็นพิกัดที่ตั้งบนพื้นผิวโลกในประเทศไทย ด้วยหลักการทำงานเดียวกับระบบการหาตำแหน่งบนพื้นผิวโลก  หรือ GPS โดย 1 คน สามารถมีได้หลายที่อยู่ และสามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่ชั่วคราวในระบบได้เมื่อจำเป็น ต้องเดินทางไปต่างพื้นที่ ทั้งนี้ แต่เดิมรหัสไปรษณีย์ 5 หลักจะบอกได้ถึงเขตพื้นที่เท่านั้น แต่ดิจิทัลโพสต์ไอดีจะระบุได้ถึงพิกัดตำแหน่งด้วยการปักหมุด บอกพิกัดแนวดิ่งได้ทำให้สามารถระบุที่อยู่สำหรับผู้ที่อยู่ในอาคารสูง หรือ ในคอนโดฯได้แม่นยำยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลบนจ่าหน้า ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ที่ถูกต้อง แม่นยำ ลดการส่งผิดพลาด ช่วยลดต้นุทนของผู้ประกอบการได้ โดยตอนนี้ ปณท กำลังเริ่มทดลองระบบ และคาดว่าจะเปิดให้ใช้งานได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 66 และเชื่อว่าภายในปี 67 คาดว่าประชาชนจะมีรหัสดิจิทัลโพสต์ไอดีของตนเองที่จำได้ง่ายมาแทน การเขียนจ่าหน้าแบบเดิมพร้อมกันทั่วประเทศ

นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ (ซ้าย)

“ถือเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ ให้รองรับการทำธุรกรรมด้านดิจิทัล ในอนาคต ซึ่งประชาชนที่ต้องการมี Digital Post ID ก็สามารถสมัครใช้งานได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ก็เตรียมเปิดให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์เอกชน ที่สนใจเข้ามาเชื่อมต่อ เอพีไอ ของระบบเพื่อใช้งานร่วมกัน และสำหรับการจัดส่งแบบเขียนชื่อที่อยู่จ่าหน้าก็ยังคงมีให้บริการเหมือนเดิม ตามความสะดวกของผู้ใช้บริการ” นายดนันท์ กล่าว.