เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวและนักดำน้ำที่เดินทางมาดำน้ำบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่างตื่นเต้นและประทับใจหลังพบ ฉลามวาฬ สัตว์ทะเลหายากขนาดความยาวประมาณ 3–4 เมตร ปรากฏตัวพร้อมกันถึง 2 จุดดำน้ำสำคัญ ได้แก่ กองหินชุมพร (Chumphon Pinnacle) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่า และ กองหินใบ (Sail Rock) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นแหล่งดำน้ำระดับโลกและได้รับความนิยมจากนักดำน้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นักดำน้ำสามารถบันทึกภาพและวิดีโอขณะฉลามวาฬว่ายน้ำอย่างสง่างามท่ามกลางฝูงปลา สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น และนับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่หาชมได้ยาก นักดำน้ำต่างดีใจที่ได้มีโอกาสพบฉลามวาฬและได้ถ่ายรูปคู่ ซึ่งเป็นความประทับใจที่หาได้ยากมากที่นักดำน้ำจะได้พบสัตว์ทะเลขนาดใหญ่
นางรำลึก อัศวชิน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า เปิดเผยว่า ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนของทุกปี เป็นฤดูกาลที่มีโอกาสพบฉลามวาฬมากที่สุดในพื้นที่เกาะเต่า โดยมีรายงานการพบอย่างต่อเนื่องในหลายจุดดำน้ำ อาทิ กองหินชุมพร กองหินใบ หินขาว กองตุ้งกู เรือหลวงไพรินทร์ และแหล่งดำน้ำสำคัญอื่นๆ รอบเกาะเต่า

บางวันสามารถพบฉลามวาฬได้มากกว่า 1 จุดดำน้ำ และหลายครั้งพบฉลามวาฬพร้อมกันถึง 2 จุดในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่นักดำน้ำจากทั่วโลกเดินทางมายังเกาะเต่าพร้อมต่างเฝ้ารอ เพราะมีโอกาสพบฉลามวาฬได้บ่อยครั้งแทบทุกวัน
นางรำลึก กล่าวอีกว่า การพบฉลามวาฬอย่างต่อเนื่องถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศใต้ทะเลอ่าวไทย ที่เป็นความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารของฉลามวาฬ และความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลรอบเกาะเต่า อีกทั้งยังเป็นผลจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการดำน้ำ และชุมชนในพื้นที่ที่ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันเกาะเต่ายังคงได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการดำน้ำที่สำคัญของโลก การพบฉลามวาฬอย่างสม่ำเสมอในช่วงฤดูกาลนี้ ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของเกาะเต่าในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีคุณภาพ และเติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ผู้ประกอบการดำน้ำขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและนักดำน้ำทุกคน ควรปฏิบัติตามแนวทางการชมฉลามวาฬอย่างรับผิดชอบ ได้แก่ ไม่สัมผัส ไม่ไล่ติดตาม ไม่ให้อาหาร และเว้นระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อไม่เป็นการรบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติของฉลามวาฬ และร่วมกันรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทะเลเกาะเต่าให้คงอยู่สืบไป



