สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของอิหร่านรายงานว่า สำนักงานอัยการสูงสุดประกาศการปิดสำนักงานตำรวจศีลธรรม ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเสียชีวิตของ น.ส.มาห์ซา อมินี หญิงสาวเชื้อสายเคิร์ดวัย 22 ปี เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา หลังเธอถูกจับกุมฐาน “แต่งกายไม่เรียบร้อย”
อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยของอิหร่าน ซึ่งกำกับดูแลหน่วยงานตำรวจทุกแห่ง ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายของในรัฐบาลเตหะรานยืนกราน ไม่มีแนวคิดปรับเปลี่ยน “นโยบายฮิญาบ” ซึ่งกำหนดให้สตรีต้องสวมฮิญาบหรือผ้าปกคลุมศีรษะให้มิดชิด และ “แต่งกายให้ถูกกาลเทศะ”

ขณะที่การประท้วงต่อต้านมาตรการดังกล่าว ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่การเสียชีวิตของอมินี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 470 ราย ในจำนวนนี้อย่างน้อย 64 ราย “เป็นผู้เยาว์” และมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 18,000 คน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเสียชีวิตอย่างน้อย 61 นาย ทว่าข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นของทางการซึ่งอ้างอิงกระทรวงมหาดไทย รายงานผู้เสียชีวิตไว้ที่อย่างน้อย 200 ราย
Iran has signaled that the controversial ‘morality police’ are being disbanded following months-long protests, sparked by the death of Mahsa Amini in police custody.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) December 4, 2022
Al Jazeera's @DorsaJabbari reports from Tehran ⤵️ pic.twitter.com/wXV8Cm3tkZ
ทั้งนี้ มีรายงานว่า บรรดาแกนนำผู้ประท้วงเตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล และกดดันคณะผู้นำทางศาสนาเพิ่มอีก ด้วยการผละงานประท้วงเป็นเวลา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 7 ธ.ค. นี้ ร่วมด้วยการเดินขบวนที่จัตุรัสอซาดี ในกรุงเตหะรานด้วย โดยในวันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี มีกำหนดแถลงเนื่องใน “วันนักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ” ของอิหร่านด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงยุติธรรมอิหร่านยืนยันการประหารชีวิตชาย 4 คน ฐานสมคบคิดกับหน่วยข่าวกรองของมอสสาดของ “รัฐไซออนิสต์” ซึ่งหมายถึงอิสราเอล เพื่อก่อการร้าย ที่รวมถึงการลักพาตัว ส่วนจำเลยร่วมอีก 3 คน รับโทษจำคุกมากน้อยลดหลั่นกันไประหว่าง 5-10 ปี ฐาน “ก่ออาชญากรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ” การครอบครองอาวุธที่ผิดกฎหมาย และการสมคบคิดกับการลักพาตัว
แม้อิสราเอลยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศวางตัวเป็นปรปักษ์ต่อกันอย่างชัดเจน นับตั้งแต่ผ่านพ้นการปฏิวัติอิหร่าน เมื่อปี 2522 และรัฐบาลเตหะรานกล่าวหาทั้งสหรัฐและอิสราเอล อยู่เบื้องหลังการประท้วงภายในประเทศ ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นการ “ฉวยโอกาส” จากการเสียชีวิตของอมินี.
เครดิตภาพ : REUTERS



