สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่าทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ ยืนยันการส่งตัว นายวิกเตอร์ บูท หนึ่งในพ่อค้าอาวุธสงครามชื่อดังที่สุดของโลก ชาวรัสเซีย ให้แก่รัฐบาลมอสโก

ขณะที่อีกฝ่ายส่งตัวน.ส.บริทนีย์ ไกรเนอร์ นักบาสเกตบอลหญิงชาวอเมริกัน ซึ่งถูกจับกุมประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนปะทุ และศาลรัสเซียพิพากษาเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ให้เธอรับโทษจำคุกเป็นเวลา 9 ปี ฐานลักลอบนำน้ำมันกัญชาเข้าประเทศ


ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนตัวนักโทษเกิดขึ้น ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบี ในกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศยูเออีออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่ารัฐบาลยูเออีและรัฐบาลซาอุดีอาระเบียของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร ทรงมีส่วนร่วมในฐานะ “ผู้ประสานงาน” ทว่าน.ส. คาริน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวว่า การแลกตัวระหว่างไกรเนอร์กับบูท “เป็นการเจรจาโดยตรง” ระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย

น.ส.บริทนีย์ ไกรเนอร์ ขึ้นศาลที่กรุงมอสโก เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา


ด้านรัฐบาลมอสโกยังไม่มีปฏิกิริยามากนักต่อความเคลื่อนไหวครั้งนี้ อย่างไรก็ดี นายเซอร์เก ริบคอฟ รมช.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว ว่ารัฐบาลมอสโก “มีความคาดหวังในระดับสูง” ว่าการแลกตัวนักโทษครั้งต่อไปกับสหรัฐ จะเป็นการที่อีกฝ่ายยอมส่งตัวบูท


อนึ่ง บูทได้รับการขนานนามในฐานะ “พ่อค้าความตาย” คร่ำหวอดอยู่ในวงการนานร่วม 2 ทศวรรษ แม้ทำธุรกิจถูกกฎหมายหลายครั้ง แต่มีหลายโอกาสที่ว่ากันว่า บูทข้องแวะกับธุรกิจสีเทาในหลายประเทศ และเป็นที่ต้องการตัวของสหรัฐ จนกระทั่งถูกจับกุมในไทย เมื่อปี 2551 จากภารกิจร่วมด้านความมั่นคง และรัฐบาลไทยส่งตัวบูทให้สหรัฐ ท่ามกลางการคัดค้านของรัสเซีย


อย่างไรก็ตาม ศาลสหรัฐไม่สามารถไต่สวนและตัดสินบทลงโทษให้แก่บูทได้มากนัก โดยพิพากษาเมื่อปี 2555 ให้จำเลยรับโทษจำคุก 25 ปี ฐานเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อตกลงค้าอาวุธ และมีการวิเคราะห์ด้วยว่า การที่รัสเซีย “ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ” กับบูท อาจเป็นเพราะเจ้าตัว “มีความเชื่อมโยงบางอย่าง” กับงานด้านข่าวกรองของรัฐบาลมอสโก การปล่อยตัวครั้งนี้จึงเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากพรรครีพับลิกัน ว่าเป็น “การมอบของขวัญคริสต์มาส” แก่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน.

เครดิตภาพ : REUTERS