นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ทช. ได้ดำเนินการด้วยวิธีการซ่อมบำรุงด้วยวิธีซ่อมสร้างผิวทางลาดยางและปรับปรุงผิวทางลาดยางเดิมนำกลับมาใช้ใหม่ (HOT MIX In-Place Recycling แบบ RE-Paving) บนถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2011 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33-บ้านพรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก ระยะทาง 10 กม. โดยใช้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมทั้งสิ้น 234.770 ล้านบาท ขณะนี้มีความก้าวหน้ากว่า 49% คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 64  

สำหรับเส้นทางนี้ ทช. ได้อนุญาตให้ ปตท. ดำเนินการก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 4 (ระยอง-แก่งคอย) ในเขตทางของ ทช. ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งพาดผ่านเส้นทางที่อยู่ในความดูแลของแขวงทางหลวงชนบทนครนายก จำนวน 3 สายทาง ได้แก่ ถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2011 กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 10+094 ระยะทาง 10 กม., ถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2003 กม.ที่ 0+800 ถึง กม.ที่ 4+250 ระยะทาง 3.5 กม. และถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2013 (ลอดผ่าน) ทั้งนี้ ทช. ได้ตรวจสอบพบว่าถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2011 ได้รับผลกระทบจากการวางท่อก๊าซธรรมชาติ  

ทช. จึงได้สรุปแนวทางการซ่อมบำรุงถนนทางหลวงชนบทสาย นย.2011 โดยกำหนดรูปแบบวิธีการซ่อมบำรุงด้วยวิธีซ่อมสร้างผิวทางลาดยางและปรับปรุงผิวทางลาดยางเดิมนำกลับมาใช้ใหม่ (HOT MIX In-Place Recycling แบบ RE-Paving) ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นวิธีที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ มีความคุ้มค่า ไม่ส่งผลกระทบต่อแนวท่อก๊าซที่วางอยู่ในสายทาง การดำเนินงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ประหยัดเวลา สามารถเปิดใช้การจราจรได้ทันทีเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ เนื่องจากสายทางดังกล่าวเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าเชื่อมระหว่าง อ.องครักษ์ จ.นครนายก กับ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ส่งผลให้มีปริมาณการจราจรสูงถึง 8,300 คัน/วัน  

นอกจากนี้ ทช. ยังได้ดำเนินการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธี Pavement In-Place Recyling และปรับปรุงผิวทางลาดยางเดิม นำกลับมาใช้ใหม่ ด้วยวิธี HOT MIX In-Place Recycling บนถนนทางหลวงชนบทสาย ชม.3035 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108-บ้านร้อยจันทร์ อ.สันป่าตอง และ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ แล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือน ก.ค.64