สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่า วิลเคเซีย ฮอบดิยี ซึ่งเป็นพืชในวงศ์ดอกทานตะวัน ครั้งหนึ่งเคยมีจำนวนมากบนเกาะคาไว แต่หลังจากชาวยุโรปนำแพะเข้ามาเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 1700 พืชชนิดนี้ถูกกินจนเกือบสูญพันธุ์ และมันไม่เคยพัฒนากลไกป้องกันตัวจากสัตว์ที่หิวโหย เช่น ใบที่มีรสขม หรือหนามแหลมคม

แม้ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักพฤกษศาสตร์ผู้กล้าหาญจะใช้วิธีที่อันตรายบางอย่าง เพื่อค้นหาและเก็บตัวอย่างพืชหายากเช่นนี้ แต่บางครั้งมันก็ไม่ประสบความสำเร็จในการค้นหา ขณะที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าถึงสถานที่ ซึ่งเสี่ยงเกินไปสำหรับมนุษย์ และหาสายพันธุ์ที่มีชีวิตรอด ก่อนที่จะสายเกินไป

ไนเบิร์กและทีมจากสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนแห่งชาติ (เอ็นทีบีจี) ซึ่งทำงานร่วมกับกองป่าไม้และสัตว์ป่าของรัฐฮาวาย ค้นพบสายพันธุ์พืช 3 ต้นที่คิดว่าสูญพันธุ์ หรือสูญพันธุ์ในท้องถิ่นไปแล้วอีกครั้งจากเกาะคาไว รวมถึงการพบประชากรจำนวนมากของสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งอีกด้วย

“สำหรับการค้นพบเช่นนี้ มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น” ไนเบิร์ก กล่าว “แม้จะพบพืชแค่ 1 หรือ 2 ต้น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะในตอนนี้ เราอาจมีเวลาอีกแค่เล็กน้อย ก่อนที่พวกมันจะสูญพันธุ์”

เบ็น ไนเบิร์ก ถ่ายภาพคู่กับต้น “วิลเคเซีย ฮอบดิยี” ที่เมืองคาไว บนเกาะฮาวายของสหรัฐ

ทั้งนี้ ตามการประเมินในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) ปี 2563 พืชบนเกาะคาไวประมาณ 10% สูญพันธุ์ไปแล้วหรือสูญพันธุ์ไปในป่า ส่วนอีกราว 87% อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์

“หลายสิ่งมีความพิเศษที่นี่ เพราะพวกเราอยู่ห่างไกลจากทุกสิ่ง” นางนินา รอนสเตด ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์จากเอ็นทีบีจี และเป็นผู้นำการประเมิน กล่าวเสริมว่า พืชแต่ละชนิดมีบทบาทที่เฉพาะตัวอย่างมากในสิ่งแวดล้อม.

เครดิตภาพ : REUTERS