สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเซเลนสกีขอบคุณไบเดน สำหรับ “ความช่วยเหลือทางทหารและการเงินจากสหรัฐ ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
นอกจากนี้ รัฐบาลวอชิงตันยังให้คำมั่นเกี่ยวกับ การพิจารณาความจำเป็นของยูเครน ในการมี “ระบบป้องกันทางอากาศที่มีประสิทธิภาพ” และความสนับสนุนด้านการพื้นฟูโครงสร้างพลังงาน
#BREAKING
— Devon Heinen (@DevonHeinen) December 12, 2022
WH issues readout of #Biden's conversation today with #Ukraine's president, Volodymyr #Zelensky.#Russia pic.twitter.com/zPbQm0g5lm
นอกจากนั้น ในวันเดียวกันนี้ เซเลนสกียังสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี โดยประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ ความร่วมมือการลำเลียงธัญพืชผ่านทะเลดำ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ในด้านความช่วยเหลือ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
One of my local supermarkets in #Kyiv during #blackout. Half in darkness, but still operating. Ukraine will keep going, no matter what. pic.twitter.com/ZM10AOXxxM
— Euan MacDonald (@Euan_MacDonald) December 10, 2022
ทางการเมืองโอเดสซา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของยูเครน ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลดำ ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขอให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งใช้พลังงานโดย “พึ่งพิงกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว” อพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากกองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ต่อโครงสร้างพื้นฐานในเมือง สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่โรงจ่ายกระแสไฟฟ้า 2 แห่ง ประชาชน 1.5 ล้านคน ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยอมรับว่า “ต้องใช้เวลานานหลายเดือน” เพื่อซ่อมแซม ขณะที่กระทรวงกลาโหมยูเครนให้ข้อมูลว่า การโจมตีครั้งดังกล่าวของกองทัพรัสเซีย เป็นการใช้โดรนพิฆาตหรือโดรนกามิกาเซ่ “ชาเฮด-136” ของอิหร่าน โดยเป็นการใช้โดรนรวม 15 ลำ โจมตีเมืองโอเดสซาและเมืองมิโคลาอิฟ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน
ขณะที่รัสเซียและอิหร่านยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อสถานการณ์ที่เมืองโอเดสซา และการกล่าวหาครั้งล่าสุดของรัฐบาลเคียฟ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันแสดงความวิตกกังวล เกี่ยวกับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารระหว่างรัฐบาลมอสโกกับรัฐบาลเตะราน ซึ่งรุดหน้าอย่างต่อเนื่อง จนถึงระดับที่ อิหร่านเตรียมเป็น “ผู้สนับสนุนทางทหารรายสำคัญ” ของรัสเซีย
รัฐบาลวอชิงตันขอเรียกร้องให้รัฐบาลเตหะราน “ถอยห่าง” จากความร่วมมือดังกล่าว เพื่อไม่ให้ต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรรอบต่อไป อย่างไรก็ตาม สหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ ต่อกองกำลังการบินและอวกาศของรัสเซีย และหน่วยงานอีกสองแห่ง.
เครดิตภาพ : REUTERS



