สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนคนนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ว่าคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ( อีโคซอค ) มีมติในการประชุมเมื่อวันพุธ รับรองร่างมติว่าด้วย “การปลดอิหร่านออกทันที จากการเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรีแห่งสหประชาชาติ ( ซีเอสดับเบิลยู ) ในวาระที่เหลือระหว่างปี 2565-2569
ทั้งนี้ จากสมาชิก 54 ประเทศในอีโคซอค 29 ประเทศออกเสียงสนับสนุนมติดังกล่าว ซึ่งเสนอโดยสหรัฐ ขณะที่ 8 ประเทศ รวมถึงจีนและรัสเซีย ไม่เห็นด้วย และอีก 16 ประเทศที่เหลือ หนึ่งในนั้นคือไทย งดออกเสียง
NEWS: UN Member States just voted to remove Iran from the Commission on the Status of Women.
— Ambassador Linda Thomas-Greenfield (@USAmbUN) December 14, 2022
Iranian women and activists called on us to do this – and today, we got it done.
ด้านนางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวถึงการปลดอิหร่านออกจากการเป็นสมาชิกซีเอสดับเบิลยู “สมควรแล้ว” เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณครั้งสำคัญของยูเอ็น ต่อการเรียกร้องการยกระดับสิทธิสตรีในอิหร่าน ซึ่งเป็นการประท้วงยืดเยื้อตั้งแต่กลางเดือนก.ย. ที่ผ่านมา โดยมีชนวนเหตุจากการที่น.ส.มาห์ซา อมินี วัย 22 ปี เสียชีวิตระหว่างอยู่ภายในการควบคุมตัวของตำรวจศีลธรรม จากกรณี “แต่งกายไม่สุภาพ”
Today, we made clear that Iran has no business serving on the @UN_CSW – an international body dedicated to promoting and supporting women around the world. pic.twitter.com/3hXtNOYaPc
— Ambassador Linda Thomas-Greenfield (@USAmbUN) December 14, 2022
ขณะที่นายอาเมียร์ เซอิด เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำยูเอ็น ประณามการลงมติดังกล่าว “ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยประการทั้งปวง” และเตือนว่า “การข่มขู่รังแก” ของรัฐบาลวอชิงตัน จะยิ่งทำให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วบานปลายมากไปกว่าเดิม.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



