สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ว่า สมาชิกพยาบาลของราชวิทยาลัยการพยาบาล (อาร์ซีเอ็น) มากถึง 100,000 คน ในอังกฤษ, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ หยุดงานตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังปฏิเสธข้อเสนอการจ่ายเงินของรัฐบาล
ทั้งนี้ การประท้วงของอาร์ซีเอ็น คือ ส่วนหนึ่งของการหยุดงานของพนักงานภาครัฐและเอกชนในสหราชอาณาจักรที่เพิ่มขึ้น และถือว่าเป็นการหยุดงานประท้วงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ราว 106 ปีของอาร์ซีเอ็น โดยพยาบาลที่มีส่วนร่วมในการประท้วงคนหนึ่งกล่าวว่า พวกเธอเหนื่อย, เบื่อหน่าย และต้องการการขึ้นเงินเดือนเพื่อหาเลี้ยงชีพ
ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรกำลังต่อสู้กับวิกฤติค่าครองชีพ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงแซงหน้าการเติบโตของค่าจ้าง อีกทั้งบรรดาผู้นำสหภาพแรงงานและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังกล่าวว่า พยาบาลกำลังทำงานหนักเกินไปเพราะการขาดแคลนพนักงาน
ขณะที่ สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ต้องจัดการกับปัญหาการนัดหมายผู้ป่วยที่ค้างคา ซึ่งเลวร้ายลงเพราะการยกเลิกในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19
Nurses in the UK have gone on a national strike for the first time ever after the government rejected their requested raise: inflation plus 5%. pic.twitter.com/vfhZfYwHn2
— DW News (@dwnews) December 15, 2022
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าด้านสาธารณสุขกล่าวเตือนสหภาพแรงงานว่า การหยุดงานอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อระดับและความปลอดภัยของการดูแลผู้ป่วยได้ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำตรงตามเวลา, การสังเกตผู้ป่วย และการตรวจเยี่ยมผู้ป่วย
ขณะที่ นายมาร์ค บูธรอยด์ บุรุษพยาบาลแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน กล่าวว่า วิกฤติค่าครองชีพทำให้พยาบาลประสบความลำบากในการใช้จ่ายด้านต่าง ๆ อีกทั้งค่าจ้างที่ต่ำยังส่งผลให้พยาบาลบรรจุใหม่ทำงานแค่ 1-2 ปี ก่อนที่จะลาออก จนนำไปสู่การสร้างความกดดันอย่างมากต่อบุคลากรที่เหลืออยู่ ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาสุขภาพจิตจากความเครียด.
เครดิตภาพ : REUTERS






