เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่เขตคันนายาว เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. โดยมีนายนพ ชูสอน ผอ.เขตคันนายาว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตคันนายาว ชาวชุมชนอมรพันธ์นครสวนสยาม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูลเมื่อวานนี้ โดยจุดที่เข้าเยี่ยมชม ประกอบด้วย การเยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ต่อยอดให้การคัดแยกขยะระดับเขตสมบูรณ์ครบวงจร บริเวณฝ่ายรักษาความสะอาดฯ เขตคันนายาว  มีจุดคัดแยกขยะสำหรับเจ้าหน้าที่เขตและประชาชน แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย ซึ่งขยะที่คัดแยกจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น ขยะอินทรีย์ เปลือกผลไม้ สามารถนำไปทำน้ำหมักชีวภาพ ขยะเศษอาหาร นำไปทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ (ใช้กับแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ) หรือขยะรีไซเคิล ขวดพลาสติกใส ขวดน้ำดื่ม รวบรวมส่งต่อเพื่อทำชุด PPE ทางการแพทย์ หรือทำชุดเรืองแสงของพนักงานกวาด การทำน้ำยาอเนกประสงค์ และดินใบไม้หมักคันนายาวมาจำหน่าย โดยเงินที่ได้ จะนำไปเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือในสวัสดิการด้านต่างๆ สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ ต่อไป

ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน บริเวณแยกอมรพันธ์ถึงซอยสวนสยาม 30 ในพื้นที่เขตฯ มีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 6 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 101 ราย ดังนี้ 1.ถนนคู้บอน ตั้งแต่ปากซอยถนนคู้บอน จุดสิ้นสุดเลยปากซอยมา 100 เมตร ผู้ค้า 11 ราย 2.ริมถนนหน้าสวนคันนายาวรมณีย์ ตั้งแต่หน้าร้าน 7-11 (แยกสวนสยาม 1) ถึงคลองลำราง (คลองลำเกร็ด) ผู้ค้า 24 ราย 3. ถนนรามอินทรา ตั้งแต่หน้าห้างแฟชั่นไอแลนด์ ถึงบริเวณหน้าห้าง 20 เมตร ผู้ค้า 33 ราย 4. ถนนเสรีไทย ตั้งแต่ปากซอยเสรีไทย 61 จุดสิ้นสุดจากปากซอยเข้ามา 40 เมตร ผู้ค้า 13 ราย 5.ริมถนนสวนสยาม (สำรวจเพิ่ม) ผู้ค้า 12 ราย 6.บริเวณแยกอมรพันธ์ถึงซอยสวนสยาม 30 ตั้งแต่ปากทางถนนสวนสยาม 20 เมตร (สำรวจเพิ่ม) ผู้ค้า 8 ราย ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ กำชับผู้ค้าไม่ให้ตั้งวางสิ่งของเกินแนวเส้นที่กำหนดไว้ รวมถึงพิจารณาจัดหาพื้นที่เพื่อให้ผู้ค้านอกจุดผ่อนผันทั้ง 6 จุด มาทำการค้าในจุดเดียวกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่

จากนั้นคณะได้ เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ชุมชนอมรพันธ์นครสวนสยาม เป็นชุมชนจัดสรรขนาดใหญ่ มีพื้นที่ 200 ไร่ ประชากร 599 ครัวเรือน มีสนามกีฬาพื้นที่ 1 ไร่ 20 ตร.ม. เป็นพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน สำหรับทำกิจกรรมภายในชุมชน เช่น กิจกรรมผู้สูงอายุ กิจกรรมการคัดแยกขยะ กิจกรรมให้ความรู้ด้านสาธารณสุข กิจกรรมสันทนาการและการเล่นกีฬา ได้แก่ ไทเก๊ก ฟุตซอล ปิงปอง ตะกร้อ บาสเกตบอล แอโรบิก เปตอง หมากรุก วิธีการคัดแยกขยะโดยจำแนกตามประเภทของขยะ มีจุดคัดแยกขยะตั้งอยู่บริเวณที่ทำการชุมชน จำนวน 1 จุด ประกอบด้วย 1.ขยะทั่วไป รถเก็บขยะมูลฝอยขนาด 5 ตัน ดำเนินการจัดเก็บ 2 ครั้ง/สัปดาห์ (ทุกวันพุธและวันเสาร์) รอบการจัดเก็บเวลา 04.00-12.00 น. 2.ขยะรีไซเคิล แต่ละหลังคาเรือนคัดแยก เพื่อนำไปจำหน่ายเอง หรือคัดแยกแล้วนำมาไว้ที่จุดคัดแยกขยะส่วนกลางของชุมชน 3.ขยะอันตราย แต่ละหลังคาเรือน มีการคัดแยกนำมาไว้ที่จุดคัดแยกขยะส่วนกลางของชุมชน โดยรถเก็บขยะมูลฝอย ดำเนินการจัดเก็บ 2 ครั้ง/สัปดาห์ (ทุกวันพุธและวันเสาร์) หรือจัดเก็บพร้อมกับขยะชิ้นใหญ่ 4.ขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เศษผัก เปลือกผลไม้ ประชาชนรวบรวมขยะอินทรีย์มาเทรวม เพื่อทำปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ บริเวณสวนข้างที่ทำการชุมชน สำหรับปริมาณขยะก่อนและหลังการคัดแยกขยะ และขยะที่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ ในแต่ละครั้งของการจัดเก็บ จะได้ปริมาณขยะ 3,000-4,000 กก. โดยแยกเป็นขยะประเภทเศษอาหาร ผัก ผลไม้ 50-60 กก. ขยะรีไซเคิล 100 กก.

สำรวจสวน 15 นาที สวนคันนายาวรมณีย์ ถนนสวนสยาม ในพื้นที่เขตฯ มีสวนสาธารณะ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1.สวนหย่อมริมคลองลำนุ่น ซอยเสรีไทย 73 ตั้งอยู่ริมคลองลำนุ่น ข้างแฟลต สน.บางชัน พื้นที่ 3 ไร่ 3 งาน 56.97 ตร.ว. 2.สวนคันนายาวรมณีย์ ถนนสวนสยาม ตั้งอยู่ริมคลองลำรางบ้านเกาะ กึ่งกลางระหว่างหมู่บ้านเลิศอุบล และหมู่บ้านฐานทอง พื้นที่ 4 ไร่ 24 ตร.ว. 3.สวนหย่อมริมคลองหลอแหล ซอยเสรีไทย 83 ตั้งอยู่ริมคลองหลอแหลสองฝั่งคลอง บริเวณซอยเสรีไทย 83 และนิคมอุตสาหกรรมบางชัน พื้นที่ 6 ไร่ 35.75 ตร.ว. 4.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 38 ตั้งอยู่ริมบึงลำบึงกุ่มสองฝั่งริมบึง ซอยเสรีไทย 38 ตรงข้ามหมู่บ้านนวธานี พื้นที่ 5 ไร่ 3 งาน 94.75 ตร.ว. 5.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 50 ตั้งอยู่ริมบึงลำบึงกุ่มโซนฝั่งทิศเหนือ ซอยเสรีไทย 50 ข้างชุมชนหมู่ 3 ร่วมใจพัฒนา พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 19.50 ตร.ว. 6.สวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 52 ตั้งอยู่ริมบึงลำบึงกุ่มโซนฝั่งทิศเหนือ ซอยเสรีไทย 52 พื้นที่ 3 ไร่ 4 ตร.ว.

ตรวจจุดเสี่ยงภัยอาชญากรรม ป้ายรถประจำทางหน้าลุมพินีคอนโด ถนนนวมินทร์ ในพื้นที่เขตฯ มีจุดเสี่ยงภัย จำนวน 6 จุด ดังนี้ 1.สะพานลอยคนเดินข้ามปากซอยรามอินทรา 107 2.ป้ายรถประจำทางฝั่งตรงข้ามห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ 3.สวนคันนายาวรมณีย์ ถนนสวนสยาม 4.ลานสภาวัฒนธรรม ซอยเสรีไทย 52 5.ป้ายรถประจำทางหน้าลุมพินีคอนโด ถนนนวมินทร์ และ 6.บริเวณสวนน้ำคันนายาวภิรมย์ ซอยเสรีไทย 38 ซึ่งเขตฯ พิจารณาจากบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดอาชญากรรม เช่น สะพานลอยคนเดินข้าม ป้ายรถโดยสารประจำทาง สวนหย่อมสาธารณะ ตึกร้าง บ้านร้าง ที่รกร้าง ใต้สะพาน หรือบริเวณอื่นใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

ซึ่งมีการทำงานแบบบูรณาการกับฝ่ายต่างๆ โดยฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ดูแลตัดต้นไม้ทำความสะอาดพื้นที่ ฝ่ายโยธา ดูแลและติดตั้งหรือซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างและกล้อง CCTV ฝ่ายเทศกิจ ออกตรวจตราพื้นที่จุดเสี่ยงที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง/วัน/จุด และตรวจสอบการทำงานของกล้อง CCTV ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำแก่เขตฯ ในการจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจตราความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตรวจจุดเสี่ยงภัยตู้เขียวเป็นประจำ ตลอดจนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลท้องที่ร่วมตรวจความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าว

ติดตามมาตรการป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 บริเวณโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ถนนรามอินทรา ดำเนินการ ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้ดำเนินการต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพหรือทรัพย์สิน หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนการปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

นอกจากนี้ เขตฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทกิจการที่มีการใช้หม้อไอน้ำ (Boilers) 5 แห่ง ประเภทหล่อหรือหลอมโลหะ 1 แห่ง ประเภทการก่อสร้างขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประเภทคอนกรีตผสมเสร็จ (แพลนท์ปูน) 2 แห่ง ประเภทการตรวจควันดำรถที่สถานีต้นทาง 3 แห่ง โดยกำชับให้สถานประกอบการในพื้นที่ปฏิบัติตามแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างเคร่งครัด เน้นย้ำผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ตรวจสอบตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียง รวมทั้งมาตรการด้านความปลอดภัย การติดตั้งตาข่ายคลุมอาคารป้องกันฝุ่น การพ่นฝอยละอองน้ำดักจับฝุ่นละอองและเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ โดยกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด.