สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม ผู้นำสหราชอาณาจักร กล่าวว่า รัฐบาลจะปรับลดค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางเที่ยวเดียวลงได้สูงสุดหนึ่งในสาม โดยกำหนดเพดานค่าโดยสารไว้ที่ 2 ปอนด์ (ราว 90.40 บาท) จากเดิม 3 ปอนด์ (ราว 135.60 บาท) ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือน ม.ค. ปีหน้า เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
เบิร์นแฮมซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องการเร่งดำเนินมาตรการที่ประชาชนสามารถเห็นผลได้ในระยะสั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ หลังสหราชอาณาจักรมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีถึง 7 คน ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองและมาตรฐานการครองชีพที่ซบเซา
ทั้งนี้ เบิร์นแฮมเพิ่งประกาศว่า รัฐบาลจะยกเลิกการจัดเก็บภาษีจากค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้ ซึ่งจะช่วยให้แต่ละครัวเรือนประหยัดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยประมาณ 45 ปอนด์ต่อปี (ราว 2,033.98 บาท)
Burnham launches £2 cap on bus fares in latest cost of living intervention https://t.co/j3deqs3tFo
— Financial Times (@FT) July 22, 2026
สำหรับมาตรการจำกัดเพดานค่าโดยสารรถโดยสารที่ 2 ปอนด์ จะใช้งบประมาณมากกว่า 500 ล้านปอนด์ (ราว 22,599.78 ล้านบาท) โดย 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,519.95 ล้านบาท) จะมาจากงบประมาณด้านคมนาคมที่มีอยู่เดิม และอีก 400 ล้านปอนด์ (ราว 18,079.82 ล้านบาท) จะมาจากกระทรวงความมั่นคงด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านการปรับเปลี่ยนเงินสนับสนุนโครงการด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศจากเงินให้เปล่าเป็นเงินกู้
อย่างไรก็ตาม มาตรการเพดานค่าโดยสารดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เฉพาะพื้นที่นอกกรุงลอนดอน เนื่องจากกรุงลอนดอนมีระบบกำหนดอัตราค่าโดยสารที่แยกต่างหากอยู่แล้ว
ผู้นำสหราชอาณาจักรกล่าวว่า มาตรการทั้งสองสะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลชุดใหม่ในการเพิ่ม “พื้นที่หายใจ” ให้กับประชาชน ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง
แม้ยอมรับว่า ยังมีมาตรการอีกหลายด้านที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม และรัฐบาลยังเผชิญข้อจำกัดด้านการคลัง ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า เบิร์นแฮมอาจปรับขึ้นภาษี หรือเพิ่มการกู้ยืมของภาครัฐในการแถลงงบประมาณช่วงปลายปีนี้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



