สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. โดยอ้างข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของรัสเซีย ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน มีคำสั่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ให้หน่วยข่าวกรองทุกแห่งของประเทศ นำโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ (เอฟเอสบี) ยกระดับมาตรการด้านข่าวกรองและความมั่นคงตามแนวพรมแดน และการขยายขอบเขต “การควบคุมทางสังคมให้ถึงรากเหง้า” เพื่อ “ขุดรากถอนโคนผู้ทรยศ จารชน และผู้ก่อวินาศกรรม”
ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียกำชับให้เอฟเอสบีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ “ปฏิบัติการให้มีศักยภาพ รวดเร็วและครอบคลุมที่สุดในทุกด้าน” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากทั้งในและต่างประเทศ
Russia's Putin has ordered the strengthening of Russia’s borders and instructed security services to keep greater control of society and root out 'traitors, spies and saboteurs'
— Al Jazeera English (@AJEnglish) December 20, 2022
????: https://t.co/KWWUviE8RA pic.twitter.com/23gW0Xs2JJ
ขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวถึงการยกระดับด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตโดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคียร์ซอน และซาโปริชเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่รัสเซียผนวกรวมผ่านการลงประชามติของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประชุมผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์กับผู้นำชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หลายประเทศ โดยเซเลนสกีเรียกร้องการขอความสนับสนุนด้านอาวุธเพิ่มเติม และความช่วยเหลือทั้งในรูปแบบของเงิน เพื่อการฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานในยูเครน ซึ่งเสียหายอย่างหนักเพราะการโจมตีทางทหารของรัสเซีย
ส่วนนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวแสดงความผิดหวัง ต่อการที่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน “จะยังคงดำเนินต่อไป” เนื่องจากทั้งสองฝ่าย “ไม่มีทางหวนกลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้งภายในอนาคตอันใกล้นี้”.
เครดิตภาพ : REUTERS



