สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. โดยอ้างข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของรัสเซีย ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน มีคำสั่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ให้หน่วยข่าวกรองทุกแห่งของประเทศ นำโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ (เอฟเอสบี) ยกระดับมาตรการด้านข่าวกรองและความมั่นคงตามแนวพรมแดน และการขยายขอบเขต “การควบคุมทางสังคมให้ถึงรากเหง้า” เพื่อ “ขุดรากถอนโคนผู้ทรยศ จารชน และผู้ก่อวินาศกรรม”


ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียกำชับให้เอฟเอสบีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ “ปฏิบัติการให้มีศักยภาพ รวดเร็วและครอบคลุมที่สุดในทุกด้าน” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากทั้งในและต่างประเทศ


ขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวถึงการยกระดับด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตโดเนตสก์ ลูฮันสก์ เคียร์ซอน และซาโปริชเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่รัสเซียผนวกรวมผ่านการลงประชามติของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา


ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประชุมผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์กับผู้นำชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หลายประเทศ โดยเซเลนสกีเรียกร้องการขอความสนับสนุนด้านอาวุธเพิ่มเติม และความช่วยเหลือทั้งในรูปแบบของเงิน เพื่อการฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานในยูเครน ซึ่งเสียหายอย่างหนักเพราะการโจมตีทางทหารของรัสเซีย


ส่วนนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวแสดงความผิดหวัง ต่อการที่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน “จะยังคงดำเนินต่อไป” เนื่องจากทั้งสองฝ่าย “ไม่มีทางหวนกลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้งภายในอนาคตอันใกล้นี้”.

เครดิตภาพ : REUTERS