สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ว่าสหรัฐใกล้บรรลุวัตถุประสงค์ในการทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน ทั้งคลังแสงขีปนาวุธ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และฐานการผลิตทางอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ เขาจึงกำลังพิจารณาที่จะ “ลดระดับ” ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่า “ไม่ต้องการทำข้อตกลงหยุดยิง” โดยให้เหตุผลว่า “ไม่สามารถทำได้ ขณะที่กำลังบดขยี้อีกฝ่ายจนย่อยยับ” และยืนยันว่า “สหรัฐเป็นฝ่ายชนะแล้ว”
เกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐจะไม่เป็นผู้นำในการเฝ้าระวังน่านน้ำแห่งนี้นี้อีกต่อไป เนื่องจาก “ไม่ได้ใช้งาน” ดังนั้น ประเทศที่ใช้เส้นทางเดินเรือแห่งนี้ต้องร่วมกันรับผิดชอบ
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) March 20, 2026
แม้ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า ต้องการลดระดับของปฏิบัติการทางทหาร แต่มีรายงานว่า สหรัฐกำลังส่งนาวิกโยธินเพิ่มเติมอีกประมาณ 2,200-2,500 นาย ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง
.@POTUS: "We can have dialogue, but I don't want to do a ceasefire. You don't do a ceasefire when you're literally obliterating the other side… we're not looking to do that." pic.twitter.com/g2Yjik41GS
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) March 20, 2026
REPORTER: Are you deploying additional troops to the region for deterrence or to optimize your operational capabilities?@POTUS: "I would say this, that if I told you the answer to that question, my military people wouldn't be very happy — but we have a lot of troops, we have… pic.twitter.com/2jX7t4tgqq
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) March 20, 2026
ขณะที่ราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้น น่าจะเป็นหนึ่งในแรงกดดันสำคัญให้ทรัมป์ต้องรีบปิดเกมสงคราม เนื่องจากแกนนำของพรรครีพับลิกันกังวลว่า วิกฤติเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอม ในเดือน พ.ย. นี้.
เครดิตภาพ : AFP



