สวัสดีวันหยุด พบกับสารพันข่าวสารยานยนต์จากทุกมุมโลกไปกับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” เหมือนเช่นเคย เรื่องราวในวันนี้เป็นของแบรนด์นิสสัน ที่หลายๆคนกังวลว่าใกล้จะม้วนเสื่อ แต่ต้องบอกว่าพวกเขาไม่ใช่คนขี้แพ้ที่จะยอมศิโรราบให้กับปัญหา และในวันนี้พวกเขาได้ประกาศถึงกลยุทธ์ใหม่ที่จะช่วยให้นิสสันฟื้นกลับมา นั่นก็คือ เรียนรู้จากจีน!
คำประกาศนี้ออกมาจากปากของประธานบริหารฯคนใหม่ อย่าง อิวาน เอสปิโนซ่า (Ivan Espinosa) ชาวเม็กซิกัน ที่เป็นลูกหม้อของนิสสันมายาวนาน โดยหลังจากที่ขึ้นมาดำรงค์ตำแหน่งซีอีโอของนิสสันในเดือน เมษายน 2025 ในวันนี้เขาได้ประกาศถึงกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เขายอมรับว่า เรียนรู้จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับบริษัทรถยนต์ของจีน นั่นก็คือ การหั่นเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ลงเหลือเพียง 24 เดือน
เวลาของการพัฒนารถยนต์ใหม่นั้น หากย้อนกลับไป 30-40 ปีก่อนในยุคที่รถยนต์จากเยอรมนีถือว่าอยู่จุดสูงสุดด้านวิศวกรรม พวกเขาใช้เวลายาวนานเกือบ 10 ปีกว่าจะออกรถรุ่นใหม่มาแทนที่รถรุ่นเก่า แต่ต่อมา ญี่ปุ่น ได้เข้ามาปฏิวัติวงการด้วยการร่นระยะเวลาในการวิจัย พัฒนาและทดสอบ รถใหม่ ลงเหลือ 4-5 ปี แต่ปัจจุบันความเร็วในการพัฒนารถใหม่นั้นต้องยกให้รถยนต์จากจีน เพราะพวกเขาสามารถลดเวลาลงเหลือเพียง ไม่เกิน 2 ปี หรือ 24 เดือนเท่านั้น (บางเจ้าใช้เวลาเพียง 18 เดือนเท่านั้น) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบว่ารถยนต์จากจีนนั้นดูทันสมัยกว่ารถจากญี่ปุ่น เพราะเทคโนโลยีด้านอื่นๆโดยเฉพาะด้านไอทีนั้น เปลี่ยนไปทุก 6 เดือน ดังนั้นรถยนต์ที่เริ่มพัฒนาเมื่อ 5 ปี ที่แล้ว ยังไงซะก็จะดูล้าสมัยกว่ารถที่พัฒนาเมื่อ 2 ปี ที่แล้วอย่างแน่นอน
เอสปิโนซ่า ยอมรับว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จีนกำลังใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการออกแบบ และทดสอบ ซึ่งจะเปลี่ยนมาตรฐานอุตสาหกรรมในแง่เทคโนโลยี ต้นทุน และวงจรการวิจัย และเขานำบทเรียนที่ได้จากการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน เอ็น 7 (Nissan N7) ร่วมกับ “ตงฟง” (Dongfeng) มาปรับใช้กับนิสสัน และรถยนต์รุ่นแรกที่เป็นผลพวงของการเปลี่ยนแปลงนี้ก็คือ “นิสสัน สกายไลน์” (Nissan Skyline) รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงฤดูหนาวของปี 2026 นี้ โดยเขากล่าวว่ารถรุ่นใหม่นี้ใช้เวลาพัฒนาจากเดิม 55 เดือน เหลือเพียง 26 เดือนหรือ 2 ปีกว่าๆเท่านั้น
เอสปิโนซ่า ตั้งเป้าว่า เป้าหมายใหม่ของเวลาในการพัฒนาจะต้องไม่เกิน 30 เดือน โดยพยายามจะใช้เกณฑ์นี้กับรถยนต์กว่า 90% ของการผลิตทั่วโลกภายในปี งบประมาณ 2026 นี้ เพื่อพลิกฟื้นตัวเลขการขายที่ตกต่ำของนิสสันให้ได้นั่นเอง
หัวใจของการร่นเวลาให้เหลือ 30 เดือน อันดับแรกก็คือ การใช้ “ซอฟแวร์ปัญญาประดิษฐ์” ในการวิเคราะห์และจำลองสถานการณ์ ตั้งแต่การออกแบบขั้นต้น การทดสอบ และการออกแบบเพื่อการผลิต รวมถึงลดขั้นตอน และเวลา ในการสร้างรถต้นแบบลงได้ รวมถึงสามารถลดต้นทุนได้ถึง 18%
อันดับสองก็คือ การใช้แพลทฟอร์มร่วมกันให้มากที่สุด กลยุทธ์นี้ถูกทำให้เป็นจริงด้วยการลดความซับซ้อนทางวิศวกรรมลง โดยจัดกลุ่มแพลทฟอร์มออกเป็น 3 กลุ่ม คือ รถยนต์ขนาดเล็ก รถยนต์ขนาดกลาง และรถที่ใช้โครงสร้างแบบ บอดี้ ออน เฟรม (Body-On-Frame) ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีพื้นฐานทางวิศวกรรมร่วมกันให้มากที่สุด
ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การเปิดตัวรถใหม่แบบถี่ยิบ เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตจากปัจจุบัน 40% ให้จงได้ โดยภายใน 1 ปีนี้ พวกเขาจะเปิดตัวรถใหม่ถึง 7 รุ่น! และนอกจากนั้นเขายังบอกอีกว่า นิสสัน จะสร้างความจุดขายด้วยการนำเอาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติลงมาติดตั้งในรถยนต์ราคาประหยัดให้ได้ก่อนใคร และเขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะพลิกฟื้นแบรนด์ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้
อ้วนซ่า จะรอดูว่า นิสสันจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ในบ้านเราอย่าง “สวยเหรอ ชอบเหรอ ไม่ขาย” ไปเป็น “สวยเหรอ ชอบเหรอ ขายเลย” ได้สำเร็จหรือไม่ เอาใจช่วยนะขอรับ!



