สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงมินสก์ ประเทศเบลารุส เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ว่า ลูคาเชนโก กล่าวกับสถานีโทรทัศน์อัล อาราบิยา ว่าเขาจะไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และมันเป็นที่ชัดเจนว่า ชัยชนะในสนามรบจะไม่เป็นของฝ่ายใดในสงครามรัสเซีย-ยูเครน แม้กองกำลังรัสเซียยังคงรุกคืบอยู่ก็ตาม
“ในวันนี้ เราจำเป็นใช้ทุกขั้นตอนเพื่อบรรลุข้อตกลงอย่างสันติผ่านการประนีประนอมในระยะยาว” ลูคาเชนโก กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองฝ่ายควรตระหนักได้ว่าไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ มิฉะนั้น สถานการณ์จะบานปลายและเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
อนึ่ง เบลารุสอนุญาตให้รัสเซียใช้ดินแดนของตน สำหรับปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มรูปแบบในยูเครน เมื่อปี 2565 และอนุญาตให้รัฐบาลมอสโกติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในเบลารุสได้
Belarus president, a Putin ally, says both sides must compromise to end Russia-Ukraine war https://t.co/mx0HDwSTFp
— The Straits Times (@straits_times) June 16, 2026
การรุกคืบเข้าสู่กรุงเคียฟในช่วงแรกของรัสเซีย ประสบความล้มเหลว และเกือบตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รัสเซียค่อย ๆ ยึดครองดินแดนทีละน้อย ทางตอนใต้และตะวันออกของยูเครน โดยต้องสูญเสียกำลังพลและยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาล
ด้านลูคาเชนโก กล่าวว่า ในขณะที่กองกำลังรัสเซีย “รุกคืบทีละขั้น” ท่ามกลางการป้องกันที่แข็งแกร่งของยูเครน ทั้งสองฝ่ายต่างประสบปัญหาขาดแคลนกำลังพล
อย่างไรก็ตาม ผู้นำเบลารุสเน้นย้ำว่า กองกำลังเบลารุสจะไม่ถูกส่งไปประจำการในความขัดแย้งในยูเครน พร้อมกับเสริมว่า รัสเซียและเบลารุสจะป้องกันตนเองร่วมกัน เนื่องจากกองกำลังยูเครนปรับตำแหน่งในสนามรบในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้น ลูคาเชนโกกล่าวว่า ยูเครนไม่มีอะไรต้องกลัวจากเบลารุส.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



