สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองฉางซา ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ว่า ผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่า กลุ่มหลุมศพโบราณข้างต้น จำนวน 14 หลุม มาจากยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกจนถึงยุคราชวงศ์หมิง โดยแบ่งเป็นจากยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกตอนกลางและตอนปลาย 11 หลุม ยุคหกราชวงศ์ 1 หลุม ยุคราชวงศ์ซ่ง 1 หลุม และยุคราชวงศ์หมิง 1 หลุม
นายเฉินปิน หัวหน้าโครงการสำรวจสุสานแห่งนี้ กล่าวว่า ว่าหลุมศพที่ขุดค้นแบ่งเป็นหลุมดินและหลุมก่ออิฐ โดยหลุมก่ออิฐมีลักษณะเป็นหลุมเดี่ยวรูปทรงตัวอักษร “凸” ในภาษาจีน ประกอบด้วยช่องทางเข้า ประตูปิด ระเบียงทางเดิน และโถงกลาง
ทั้งนี้ หลุมก่ออิฐมาจากยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ส่วนผนังหลุมสร้างด้วยวิธีก่ออิฐเซาะร่อง ซึ่งเป็นลักษณะหลุมศพจากยุคเดียวกัน ที่ได้รับการค้นพบในอำเภอเหิงตงและเมืองเหล่ยหยาง ซึ่งตั้งอยู่ข้างเคียง โดยการค้นพบนี้ มีคุณค่าต่อการศึกษาธรรมเนียมประเพณีการฝังศพ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
สำหรับหลุมก่อจากดินเป็นหลุมศพจากยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ซึ่งมีลักษณะเป็นแนวตั้งแบบปากหลุมแคบก้นหลุมกว้างที่มีความลึก 3.5-5 เมตร และมีการเททรายเป็นชั้นบาง ๆ ภายในหลุม ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกับเพศของศพ
นอกจากนั้น คณะนักโบราณคดียังค้นพบร่องรอยการสลายตัวของโลงศพ ในหลุมศพจากยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก รหัสเอ็ม11 ซึ่งบ่งชี้ว่า หลุมศพนี้อาจเคยมีโลงศพฝังอยู่ด้วย รวมถึงมีการสืบสานประเพณีฝังศพของยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
ด้านโบราณวัตถุที่ขุดพบ แบ่งเป็นเครื่องปั้นดินเผาจำพวกหม้อ กระทะ หม้อสามขา หม้อทรงสูง และชาม เครื่องโลหะจำพวกมีด กระทะ และแท่นสามขา และเครื่องสัมฤทธิ์จำพวกมีด หม้อ หม้อทรงสูง และเหรียญ รวมถึงเครื่องประดับหินอีกเล็กน้อย
หลุมศพเหล่านี้อาจเป็นของสามัญชนคนทั่วไป เมื่อพิจารณาจากขนาดหลุมและวัตถุที่ค้นพบ ส่วนสุสานโบราณเหมียวจู๋ซาน ถือเป็นการค้นพบหลุมศพจากยุคราชวงศ์ฮั่น ไปจนถึงยุคราชวงศ์หมิงครั้งแรก ของอำเภออันเหริน ซึ่งขยายขอบเขตให้กับการศึกษาประวัติศาสตร์ของอำเภอแห่งนี้
ขณะเดียวกันหลุมศพโบราณเหล่านี้ ยังมอบข้อมูลเพื่อการศึกษาวิธีการก่อหลุมศพ ธรรมเนียมประเพณีฝังศพ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของยุคราชวงศ์ฮั่น ในพื้นที่อำเภออันเหริน รวมถึงแอ่งแม่น้ำหมี่สุ่ยด้วย.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA







