คงต้องบอกว่าหลบหน่อยแม่ จะเดินหลังสาวเซ็กซี่รุ่นใหญ่ในตำนาน “เปิ้ล ไอริณ” เจ้าของตำนานเพลงลูกทุ่งบ้านๆ เบนซ์สปอร์ต เคยสร้างไวรัลฮือฮาถูกใจเก้งกวางบ่างชะนีมาแล้วมากมาย ล่าสุดหวนกลับมาทำเพลงอีกครั้งในรอบ 6 ปี ร้องเอง แต่งเองสไตล์ฮิปฮอปตั้งชื่อเพลงว่า Money (ฟังแล้วรวย) ใส่ความทันสมัย และเนื้อหาร้อนแรงแบบตัวแม่ ลงทุนเปิดบ้านถ่ายทำที่บ้านตัวเองย่าน พระยาสุเรนทร์ ใช้งบตัดต่อถ่ายทำ นายแบบ นางแบบ มูลค่ากว่า 500,000 บาท เลยทีเดียว

เปิ้ล เผยว่า “ห่างหายจากวงการเพลงนานมาก บอกได้เลยว่าเบรกงานเพลงมาประมาณ 6 ปีเลยค่ะ ไม่ได้จับงานเพลงเลย แต่ว่าเพลงนี้ทำมาตั้งแต่ 6 ปีก่อนแล้ว ตอนแรกวันที่เรานัดถ่ายเอ็มวีกลายเป็นวันแรกที่เคอร์ฟิว ก็เลยเบรกยาวมาเลยถึงตอนนี้ ใช้เวลาทั้งหมด 6 ปีเต็ม เพลงนี้ชื่อเพลง money ค่ะ ตั้งชื่อนี้มาตั้งแต่เมื่อ 6 ปีก่อนแล้ว เพิ่มวงเล็บว่า ฟังแล้วรวย เข้าไป เพลงนี้ความพิเศษคือเป็นเพลงแรกของวงการบันเทิงไทยที่เป็นเพลงฮิปฮอป ที่ให้กำลังใจผู้คน เพราะว่าเพลงนี้เปิ้ลเอาประสบการณ์ของตัวเอง เริ่มตั้งแต่ทำงานหาเงิน เล่าถึงความยากลำบาก และเป็นการให้กำลังใจกับเด็กรุ่นใหม่ด้วย เพลงนี้ควักเงินกว่าครึ่งล้านในการทำ ไม่ได้เว่อร์นะ เพราะมีทั้งฉากเรือยอชท์ มีรถปอร์เช่ เพลงนี้ลงทุนทุ่มสุดตัวเลย ทุบกระปุกนะ เปิ้ลไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่เราทำอะไรค่อนข้างเต็มที่ค่ะ ในเพลงช่วงต้นเราจะกล่าวถึงความสุขนิยม ที่ต้นเพลงบอกว่า เงินเท่านั้นที่น็อก everything ธนบัตรเท่านั้นที่ทำให้เราโบยบิน (ร้องเพลง) อันนี้เปิ้ลแต่งเองทุกคำเลยนะคะ อีกท่อนหนึ่ง ฉันเกิดมาเพื่อปัง แบงก์สีเทาคือพลัง รถถ้าไม่หรูไม่อยากเอาตูดไปถูเบาะ (ร้องเพลง) เพลงนี้เป็นเหมือนให้กำลังใจผู้คน ตอนแรกเราพูดถึงความสุขสบายความอวดรวย แต่ตอนท้ายเพลงจะร้องว่า กูเองก็เคยจนมาก่อน but now i con do ใช้เงินมาเป็นฟ่อน ถ้าหวังแค่ขอผัวก็ถือว่ายังอ่อน เปิ้ลเอาหัวใจออกมาเล่าเรื่อง นึกภาพว่าเด็กรุ่นใหม่กำลังยืนฟังเพลงเปิ้ลพูดอะไรสักอย่าง แต่ตอนจบเปิ้ลนึกคำในหนังสือที่อ่านประโยคหนึ่งแล้วทำให้เราสู้ ก็เลยร้องเป็นเพลงออกมาว่า กูไม่ได้เกิดจากครอบครัวที่ร่ำรวย แต่ครอบครัวที่ร่ำรวยจะเกิดจากกูเว้ย”

“ส่วนที่เลือกโลเคชั่นบ้านตัวเอง เพราะเปิ้ลอยากให้เห็นพัฒนาการชีวิต จริงๆ บ้านหลังนี้สร้างมาตั้งแต่มีเงินหมื่นเดียว ตอนที่ดาวน์บ้านหลังนี้มีเงินหมื่นสุดท้ายเลย ก็ดิ้นรนทำงานทุกอย่างจนมีบ้านได้ มีรถในฝัน ไปเที่ยวได้ มีอิสระทางการเงิน มีอิสระทางเวลาและการใช้ชีวิต ถ้าใช้ฉากก็เป็นแค่บ้านคนอื่น แต่นี่คือสิ่งที่เราภูมิใจ ประตูก็วาดเองกับมือ เราเรียนจิตรกรรม ความภูมิใจเราอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นเราจะไปถ่ายที่ไหนทำไมนอกจากที่นี่ อย่างชุดที่ใส่วันนี้ก็มีเป็นมุก มีเป็นทอง มีเพชร ตามธีมของเพลง มีทั้งหมด 4 ชุดค่ะ ที่เลือกฮิปฮอปนะเรียกว่าใกล้เคียงที่สุด เพราะฮิปฮอปเขาพูดอะไรออกมาจากใจ คาแรกเตอร์เป็นตัวของตัวเอง ก่อนหน้านี้พยายามจะร้องเพลงลูกทุ่ง คนก็บอกว่าทำลูกทุ่งเสื่อมเสีย (หัวเราะ) ก็เลยคิดว่าคงไม่ทำฮิปฮอปเสื่อมเสียอีกนะ คิดว่าอันนี้คือตัวเองสุด เพราะเราก็ฟังฮิปฮอป ฟังศิลปินใหญ่ๆ อยู่ตลอด เป็นตัวเองที่สุด เพลงนี้มีท่อนเอาใจเก้งกวางเลย เพราะลงทุนแกะภาษาลูลงไปในเพลงด้วย เอาใจทุกเพศทุกวัยเลยค่ะ ไม่เลือกเพศวัยเลย”


เปิ้ล เล่าต่อว่า “เรื่องชุดดูแรงๆ เอาเป็นว่า ตอนนี้ไม่ต้องแคร์ใครทั้งสิ้น เพราะเปิ้ลนับถือตัวเองเรียบร้อยแล้ว เปิ้ลมีความเคารพตัวเองแล้ว เพลงนี้เอาเป็นว่าถ้าใครเป็นพวกเดียวกันกับเปิ้ล ก็จะพาเขาไป ถ้าใครไม่ใช่เส้นทางเดียวกับเรา ก็ไม่พาเขาไปด้วย จบค่ะ เพลงนี้คนมักน้อยอย่างเปิ้ลเอาแค่ได้เข้าค่ายก็พอ พูดเล่นค่ะ (หัวเราะ) เอาจริงๆ เพลงนี้ทุกคนคงทราบดีแล้วว่าที่มาทำเพลงได้ เพราะคุณแม่เป็นนักร้องอาชีพ ตอนเด็กเราใส่ชุดแม่ แล้วแม่เอาเราไปตีตัวลายเลย แล้วบอกว่าอย่ามาเป็นนะนักร้องน่ะ แล้วพอเขาป่วยหนัก ก่อนเสียท่านพูดว่าอยากเห็นเปิ้ลเป็นนักร้อง เราก็งงว่าอะไร เราก็เลยทำเพลงเบนซ์สปอร์ต เราก็ทำเต็มที่ เชื่อไหม ตอนคนดูครบ 100 คน เราดีใจมากเลย มันเกินคาดนะ พอตอนนี้คนดู 2 ล้าน แกรมมี่มาขอซื้อลิขสิทธิ์ 2 ครั้ง เราก็ได้ทุนคืน 10 เท่าแล้ว มันเกินกว่าที่เราคาดไว้ มันมาไกล สิ่งที่ได้จากแม่คือมรดกค่ะ”

“เอาเป็นว่าเรื่องเพลงไม่ได้แคร์เรื่องวิวเลย คือเอาประสบการณ์ชีวิตมาใส่จริงๆ มาเล่าให้ทุกคนฟัง ทุกประโยคสื่อออกมาให้คนรู้ ในความคิดรู้สึกว่าเพลงไทยถูกฝังความคิดมาว่าเราให้จน อย่าง เราชาวนาอยู่กับควาย, คนกรุงเทพฯ ลวง อะไรแบบนี้ ก็รู้สึกว่าเพลงไทยมายด์เซ็ตให้คนไทยไม่รักกัน รู้สึกไม่ดีต่อกัน แต่ต่างชาติเขาใส่ฟันทองฟันเพชร เดินลงจากรถหรูแล้วเอาเงินมาโปรยๆ ก็เขาแสดงความคิดสะท้อนคนในประเทศ ตอนนี้หลากหลายดรามามากแล้ว เปิดทีวีก็มีแต่ข่าวร้ายๆ แต่ถ้าเปิดมาเป็นภาพพวกเรามั่งคั่ง พวกเราร่ำรวย มันก็จะยกระดับได้ค่ะ เพลงมีอิทธิพลกับผู้คนอย่างแท้จริง นักร้องร้องอะไรออกมาแล้ว เขาจะอิมแพ็กมากๆ ศิลปินก็จะเป็นไปตามเพลง ขออนุญาตอีกคนหนึ่ง น้องป๊อก (ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์) ที่เขาร้องว่า เยอะจนผมปวดขมับ ทุกคนชอบประโยคนี้ แต่ผ่านไป 2 ปี น้องเป็นเนื้องอก คืออะไรก็ตามที่เรามีแรงสั่นสะเทือน อย่าง money just energy เงินคือพลังงาน อย่างเพลงนี้ที่วงเล็บว่า ฟังแล้วรวย มันเกิดจากว่า โปรดิวเซอร์บอกว่าตั้งแต่ทำเพลงพี่ งานทยอยมาทั้งเดือนเลย เงินเข้า ตอนแรกนึกว่าเขาเอาใจเรา พอมาคนที่สอง คนทำดนตรีเขาบอกว่าลูกหนี้เขาติดต่อมาเพื่อคืนเงิน ตอนแรกเพลงนี้ชื่อ money เฉยๆ ก็เลยวงเล็บไปว่า ฟังแล้วรวย เพราะถ้าทุกคนฟังแล้วเชื่อ ศรัทธาในตัวเอง ทุกคนก็จะรวยจริงๆ”