สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (โอเอ็นเอส) เผยแพร่รายงานในสัปดาห์นี้ ว่า แม้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในประเทศลดลงเล็กน้อย จาก 9.6% เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 9.3% เมื่อเดือน พ.ย.
อย่างไรก็ตาม ราคาอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งไม่ใช่ประเภทที่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และถือเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2520 ซึ่งสถิติในเวลานั้นอยู่ที่ 17.6% สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ 61% ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ยากจน ตัดสินใจใช้จ่ายเงินน้อยลงในการซื้ออาหาร เมื่อเทียบกับการใช้จ่ายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วน 44% ของกลุ่มตัวอย่างซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนอื่น ยอมรับว่า ใช้จ่ายเงินน้อยลงเพื่อการซื้ออาหาร
Brits buying less food amid soaring inflation – survey
— RT (@RT_com) December 23, 2022
The surging cost of essentials like bread leave the most vulnerable the worst off, a study has foundhttps://t.co/0rJcutv8hm pic.twitter.com/olC6J0WfkH
ขณะที่การสำรวจโดยสำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งสหราชอาณาจักร (เอฟเอสเอ) ระบุว่า 4 ใน 5 ของกลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่ หรือคิดเป็น 81% มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาอาหารที่แพงขึ้นในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเฉพาะราคาขนมปังและอาหารจำพวกธัญพืช ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุด 1.9% เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



