เมื่อวันที่ 9 เม.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น. ร่วมหารือแผนความปลอดภัยช่วงสงกรานต์ และเยี่ยมชมห้อง
ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) ชั้น 1 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. ดินแดง
นายชัชชาติ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กทม. มีพื้นที่ในการจัดงานประมาณ 80 แห่ง ซึ่งแต่ละพื้นที่จะเชื่อมโยงข้อมูลมายังศูนย์บัญชาการแห่งนี้ เพื่อสามารถรับมือสถานการณ์ได้ถูกต้อง ทันท่วงที ส่วนพื้นที่ ที่มีความเปราะบาง ละเอียดอ่อน เช่น ถนนสีลมและข้าวสาร ก็จะมีกล้องตรวจสอบประวัติอาชญากรได้ เพื่อให้ตำรวจได้ดำเนินการตรวจสอบ และให้ความมั่นใจในความปลอดภัย

สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาเมื่อปีที่แล้วเช่น โชคชัย4 ดอนเมือง และริมคลองทวีวัฒนา ได้มีการจัดพื้นที่ทดแทนให้ เนื่องจากพื้นที่มีความคับแคบมากและคนที่มาเล่นน้ำ ไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงทำให้มีปัญหา ซึ่งบริเวณริมคลองทวีวัฒนามีผู้เสียชีวิตถึง 5 คนเนื่องจากรถพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือไม่ถึง ติดปัญหาจราจร จึงปรับมาเป็นพื้นที่อื่นเชื่อว่าจะลดปัญหาได้ สำหรับพื้นที่เอกชนให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อป้องกันมิให้หนาแน่นจนเกินไป และขอให้ระวังเรื่องฮีทสโตรกเพราะความร้อนสูงมาก

พล.ต.ท. สยาม กล่าวว่า บช.น.ร่วมวางแผนกับกทม. ในการบริหารจัดการช่วงสงกรานต์ เพื่อดูแลประชาชนในจุดต่างๆ ให้เล่นน้ำปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ไม่เล่นอย่างรุนแรง และปลอดภัยจากมิจฉาชีพ ซึ่งจุดใหญ่ๆในพื้นที่กรุงเทพฯ มี 14 จุด จะมีการตั้งจุดคัดกรอง มีประตูตรวจจับโลหะ มีกล้องวงจรปิดในทางเข้าออกทุกช่องทาง มีระบบตรวจจับใบหน้ามีฐานข้อมูลคนร้าย และกลุ่มมิจฉาชีพเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแฝงตัวเข้ามา ลักทรัพย์กรีดกระเป๋า และก่ออันตราย นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำเส้นทางฉุกเฉิน กรณีมีผู้บาดเจ็บหรือคนป่วย เพื่อให้ทีมแพทย์สามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลได้โดยเร็ว โดยไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสีย

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร(กทม.)ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ผ่านศูนย์ BMA Command Center ซึ่งเป็นศูนย์กลางติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 เพื่อให้สามารถสั่งการและตอบสนองเหตุได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
รวมถึงมีการใช้ระบบ People Counting (ระบบนับจำนวนคน) ที่มีความแม่นยำสูงขึ้น โดยปีนี้ AI จะช่วยตัดการนับซ้ำ กรณีมีผู้เข้าร่วมงานเดินเข้า-ออกหลายครั้ง ระบบจะบันทึกเป็นบุคคลเดียว เพื่อให้ได้ตัวเลขผู้เข้าร่วมงานที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด พร้อมทั้งวิเคราะห์ความหนาแน่นของประชาชน People Density (ความหนาแน่นของประชาชน) แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันความแออัดเกินศักยภาพรองรับ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมงาน
ทั้งนี้ จากการทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในช่วงสงกรานต์ปี 2568 พบว่าสามารถตรวจพบบุคคลตามหมายจับได้รวม 256 หมายจับ และจับกุมได้ 7 หมาย จากผู้ร่วมงานกว่า 725,000 คนในพื้นที่ข้าวสารและสีลม สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการนำเทคโนโลยีมาเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนามอย่างเป็นรูปธรรม

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน กรุงเทพมหานครมีระบบกล้อง CCTV ครอบคลุมทั่วเมืองกว่า 65,000 กล้อง เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ โดยในพื้นที่จัดงานสำคัญ เช่น ถนนข้าวสาร เขตพระนคร มีกล้องรวม 194 กล้อง ถนนสีลม เขตบางรัก 158 กล้อง ถนนโชคชัย 4 เขตลาดพร้าว 392 กล้อง ถนนวัดเวฬุวนาราม เขตดอนเมือง 278 กล้อง ถนนทวีวัฒนา เขตหนองแขมและเขตทวีวัฒนา 139 กล้อง รวมถึงพื้นที่จัดงานอื่น ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยเชื่อมกล้องในพื้นที่เอกชนที่จัดงานมายัง BMA Command Center เช่น พื้นที่บรรทัดทอง พื้นที่จามจุรีสแควร์ และพื้นที่พัฒน์พงศ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ กทม.ยังดำเนินมาตรการความปลอดภัยอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ การจัดตั้งกองอำนวยการร่วมในพื้นที่ การเตรียมความพร้อมหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ภัย รถดับเพลิง และหน่วยสาธารณสุขเคลื่อนที่ การจัดจุดตรวจ จุดบริการประชาชน และการดูแลจราจร พร้อมกำหนดเวลาเล่นน้ำไม่เกิน 22.00 น. ในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างปลอดภัยและอุ่นใจ.



