วันนี้ (27 ธ.ค.) รายงานข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (27ธ.ค.) สำนักงาน กสทช. ได้เปิดให้ยื่นขอรับอนุญาต สำหรับการประมูลสิทธิ ในการเข้าใช้ วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ซึ่งเมื่อถึงเวลาปิดรับเอกสารปรากฏว่า มีบริษัทที่เข้ายื่น จำนวน 3 ราย คือ บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทลูกของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน), บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที และ บริษัท พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด 

พล.อ.ท.ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ

พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ ทางสำนักงานฯจะเร่งตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 3 ราย ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2565-5 มกราคม 2566 และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านและมีสิทธิเข้าร่วมการประมูล โดยจะเสนอให้ที่ประชุม กสทช. รับรองผลในวันที่ 9 มกราคม 2566 และหากมีผู้มีสิทธิเข้าร่วมการประมูลมากกว่า 1 ราย โดยไม่มีผู้ใดยื่นอุทธรณ์ สำนักงาน กสทช. จะทำการ Mock Auction หรือสาธิตการประมูล ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 และทำการประมูลจริง ในวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2566

ซึ่งเลื่อนจากกำหนดการเดิมไป 1 สัปดาห์ เนื่องจากต้องเปิดโอกาสให้สิทธิในการอุทธรณ์ หลังสำนักงาน กสทช. ประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ ประสบการณ์และความสามารถทางด้านการเงิน เป็นผู้เข้าร่วมการคัดเลือก ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ทั้งนี้ เมื่อทำการประมูลได้ผู้ชนะและราคาแล้ว คาดว่าจะนำผลให้บอร์ด กสทช.รับรองได้ในการประชุมวันที่ 18 มกราคม 2566

 อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีผู้ผ่านคุณสมบัติเพียงรายเดียว สำนักงาน กสทช. จะขยายระยะเวลาในการยื่นขอรับอนุญาตเพิ่มเติมไปอีก 2 สัปดาห์ ตามที่ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะชุด (Package) กำหนด

“การประมูลครั้งนี้ อย่างน้อยทั้ง 3 ราย น่าจะผ่านและเข้าร่วมการแข่งขัน แต่จะมีความต้องการในการประมูลกี่ชุด หรือชุดใด ต้องดูข้อเสนอที่เสนอมาและจะประกาศให้ทราบในวันประมูลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อป้องกันการสมยอมในการเสนอราคา ทำให้มั่นใจว่าการประมูลครั้งนี้จะเกิดการแข่งขันที่โปร่งใส เป็นธรรม รวมทั้งสามารถรักษาสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติไว้ได้ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งกิจการดาวเทียมสื่อสารของประเทศไทยต่อไปได้อย่างแน่นอน” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับบริษัทรับเอกสารการคัดเลือกสำหรับการประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) พร้อมลงนามในหนังสือตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-disclosure Agreement : NDA) ที่สำนักงาน กสทช. หลังจากที่ก่อนหน้านี้ 6 รายคือ บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชัน จำกัด บริษัท พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท แอสเซนด์ แคปปิตอล จำกัด และ บริษัท เดอะ วิน เทเลคอม จำกัด

ส่วนรายละเอียด ชุดข่ายงานดาวเทียมที่จะนำมาประมูลฯ ในครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 5 ชุด (Package) ประกอบด้วย

ชุดที่ 1 ประกอบด้วย วงโคจร 50.5E (ข่ายงาน C1 และ N1) และวงโคจร 51E (ข่ายงาน 51) ราคาเริ่มต้นการประมูล 374 ล้านบาทเศษ

ชุดที่ 2 ประกอบด้วย วงโคจร 78.5E (ข่ายงาน A2B และ 78.5E) ราคาเริ่มต้นการประมูล 360 ล้านบาทเศษ

ชุดที่ 3 ประกอบด้วย วงโคจร 119.5E (ข่ายงาน IP1, P3 และ 119.5E) และวงโคจร 120E (ข่ายงาน 120E) ราคาเริ่มต้นการประมูล 397 ล้านบาทเศษ

ชุดที่ 4 วงโคจร 126E (ข่ายงาน 126E) ราคาเริ่มต้นการประมูล 8 ล้านบาทเศษ

และชุดที่ 5 วงโคจร 142E (ข่ายงาน G3K และ 142E) ราคาเริ่มต้นการประมูล 189 ล้านบาทเศษ