สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ว่า กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียประกาศว่า นับตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.นี้ “จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง” ผู้ที่เดินทางมาจากจีนต้องแสดงผลการตรวจโควิด-19 ที่เป็นลบ ภายในเวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่ง “ไม่เปิดเผยข้อมูลที่ครอบคลุม” เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่
มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับผู้ที่เดินทางมาจากฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งเป็นเขตบริหารพิเศษสองแห่งของจีนด้วย
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของแคนาดาประกาศมาตรการแบบเดียวกัน มีผลบังคับใช้กับผู้มีอายุตั้งแต่ 2 ปี ที่เดินทางมาจากจีน ฮ่องกง และมาเก๊า มีผลบังคับใช้เป็นเวลา “อย่างน้อย 30 วัน” เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.นี้
#BREAKING: Australia will introduce mandatory Covid testing for travellers from China amid a “rapidly developing situation”.https://t.co/JBmbFc7gcB
— news.com.au (@newscomauHQ) January 1, 2023
ด้านมาตรการของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. ที่จะถึงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารคนใดซึ่งเคยป่วยด้วยโรคโควิด-19 นานเกินกว่า 10 วันก่อนการเดินทาง ขอให้แสดงหลักฐานทางการแพทย์ เพื่อยืนยันการติดเชื้อ และการหายจากโรค เพื่อเป็นข้อยกเว้นจากการต้องแสดงผลตรวจเป็นลบ
Canada to impose mandatory COVID tests for travelers from China https://t.co/b8vIR3DTUF pic.twitter.com/UvHkA4I0x8
— Reuters (@Reuters) January 1, 2023
แม้หน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติในกรุงปักกิ่ง ยืนยันว่า “ควบคุมสถานการณ์ได้” แต่ข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน เผยแพร่ครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า อัตราการฉีดวัคซีนของประชาชนในภาพรวมอยู่ที่มากกว่า 90% ทว่าอัตราการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นในประชากรวัยผู้ใหญ่ลดลงเหลือเพียง 57.9% และน้อยลงอีกเหลือเพียง 42.3% สำหรับผู้มีอายุตั้งแต่ 80 ปี.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

















