สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเสียชีวิตที่น่าเศร้าของเด็กชายคนหนึ่งในประเทศอินเดียอันเป็นผลมาจากการทำตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ของคนในครอบครัว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่รัฐอุตตรประเทศ เด็กชายอามิต อายุ 13 ปี จากหมู่บ้านปิตัมปุระ ต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ หลังจากครอบครัวเลือกทำตามความเชื่อทางไสยศาสตร์และคำแนะนำของหมอผี แทนที่จะส่งตัวเขาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหลังจากถูกงูพิษกัด

อามิต ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถูกงูพิษกัดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน เขารีบบอกครอบครัวทันทีว่าโดนงูกัด แต่แทนที่ครอบครัวของเขาจะพาเขาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง พวกเขากลับหันไปพึ่งพากระบวนการทางไสยศาสตร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยทำตามคำแนะนำของหมอผีรายหนึ่งที่สั่งให้ครอบครัวมัดตัวอามิตไว้กับท่อนไม้ไผ่ แล้วนำเขาไปแช่ในแม่น้ำคงคาซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นเวลานานถึง 12 ชั่วโมง ตามคำกล่าวอ้างของหมอผีคนดังกล่าวว่า น้ำในแม่น้ำคงคาสามารถดูดซับพิษและรักษาอาการของเด็กชายได้

แต่เมื่อเด็กชายหมดสติขณะอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ครอบครัวก็เริ่มตระหนักถึงความผิดพลาดและรีบนำตัวเขาส่งศูนย์สุขภาพในบริเวณใกล้เคียง แต่ก็สายเกินไป แพทย์ตรวจพบว่าเด็กชายเสียชีวิตไปแล้ว 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ แม้แพทย์จะยืนยันการเสียชีวิตของเด็กชายแล้ว ครอบครัวก็ยังคงยึดมั่นกับความเชื่ออันงมงาย  พวกเขาพยายามนำร่างของเด็กชายไปแช่ในแม่น้ำคงคาอีกครั้งด้วยความหวังว่าเด็กชายจะฟื้นขึ้นมา 

ทางด้าน ดร. ชาชางก์ เชาดารี จากศูนย์สุขภาพในพื้นที่ ระบุว่าเป็นเรื่องน่าสลดใจที่เหตุการณ์เช่นนี้ยังคงเกิดขึ้น แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะพยายามรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้มาโดยตลอด โดยเน้นย้ำว่าทุกนาทีมีค่าเมื่อถูกงูกัดและกระตุ้นให้ประชาชนรีบมารักษาที่โรงพยาบาลโดยตรง

การจากไปก่อนวัยอันควรของอามิตได้จุดชนวนการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดียของอินเดีย หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับพ่อแม่และหมอผีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำการประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้เด็กต้องเสียชีวิต ขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับครอบครัวหรือไม่

ที่มา : english.ratopati.com

เครดิตภาพ : Herbert Aust from Pixabay