สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับปฏิบัติการที่เรียกรอยยิ้มจากผู้พบเห็นของกองพลทหารราบยานเกราะแยกที่ 118 แห่งยูเครน เมื่อพวกเขาตัดสินใจวางมือจากภารกิจสู้รบชั่วคราว เพื่อรับภารกิจกู้ภัยภายใต้ชื่อ “ปฏิบัติการเหมียว-เหมียว” ด้วยการใช้โดรนขนาดใหญ่แบบหกใบพัดรุ่น “แวมไพร์” บินเข้าไปช่วยเหลือแม่แมวและลูกๆ อีก 4 ตัวที่ติดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสมรภูมิรบแนวหน้า

ตามปกติแล้วโดรนยักษ์ประเภทนี้จะถูกใช้ในภารกิจกลางคืนเพื่อทิ้งระเบิดทำลายรถหุ้มเกราะ เผาบังเกอร์ หรือส่งเสบียงให้ทหาร แต่ในครั้งนี้ ทหารนายหนึ่งเปิดเผยว่า มันคือภารกิจที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยนักบินโดรนต้องใช้ความแม่นยำและระมัดระวังเป็นพิเศษในการควบคุมเครื่องเพื่อพากลุ่มผู้โดยสารสี่ขาบินข้ามดินแดนอันตรายเป็นระยะทางราว 12 กิโลเมตรได้อย่างปลอดภัย 

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สัตว์เลี้ยงอีกจำนวนมากไม่ได้โชคดีเช่นนี้ เนื่องจากสงครามที่ลากยาวส่งผลให้สัตว์เลี้ยงนับไม่ถ้วนต้องพลัดพรากจากเจ้าของ ซึ่งหลายครอบครัวจำเป็นต้องทิ้งเพื่อนยากสี่ขาไว้เบื้องหลัง เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปได้ทันเวลาเพื่อนำพวกมันไปด้วยได้ ทั้งเรื่องการฉีดวัคซีน การฝังไมโครชิป หรือการตรวจหาเชื้อพิษสุนัขบ้า

วิกฤตดังกล่าวทำให้ชาวยูเครนร่วมกันจัดตั้งศูนย์พักพิงและเครือข่ายกู้ภัยสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงขึ้นมา ขณะที่เหล่าทหารกล้าในสมรภูมิเองก็มักจะรับเลี้ยงดูสัตว์จรจัดเหล่านี้เป็นประจำ 

องค์กรช่วยเหลือสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยูเครนอย่าง ยูแอนิมอลส์ระบุว่า นับตั้งแต่การบุกรุกเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้น มีสัตว์มากกว่า 10,000 ตัวที่ถูกอพยพและได้รับการพช่วยเหลือ ซึ่งไม่เพียงแต่สุนัขและแมวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ใหญ่อย่าง เสือ อูฐ ม้า วัว แรคคูน หมาป่า ลา แกะ เม่น และแม้กระทั่งผึ้ง โดยเฉพาะ “แมว” ที่ดูเหมือนจะพบเห็นได้ทุกที่ในแนวหน้า ทั้งเดินป้วนเปี้ยนตามจุดตรวจ หลบภัยในอาคารที่ถูกทิ้งระเบิด หรือเข้าไปนอนขดตัวให้ความอบอุ่นแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสถานพยาบาลชั่วคราว

ความมุ่งมั่นของยูเครนในการปกป้องชีวิตสัตว์ท่ามกลางความโกลาหลของสงครามครั้งนี้ ได้รับกระแสชื่นชมและยกย่องอย่างล้นหลามจากผู้คนในโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งคอมเมนต์ว่า “ท่ามกลางความสยดสยองของสงคราม เหล่าฮีโร่ของเรายังคงแสดงให้เห็นถึงความเมตตาที่แท้จริงของมนุษย์ ขอบคุณมากๆ” ขณะที่อีกคนกล่าวเสริมว่า “ขอขอบคุณแทนพวกแมวทุกตัวด้วยนะ” ส่วนอีกรายยกย่องกลุ่มทหารที่ช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ไว้ และมีผู้สรุปไว้อย่างเรียบง่ายว่า “พวกแมวมักจะรับรู้ได้เสมอว่าใครเป็นคนดี”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Facebook 118th Separate Mechanised Brigade