สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐออกแถลงการณ์ ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ สนทนาทางโทรศัพท์กับ นายฉิน กัง รมว.การต่างประเทศจีน เมื่อวันอาทิตย์ โดยมีการเปิดเผยรายละเอียดของการสนทนาเพียงว่า เกี่ยวกับ “การรักษาช่องทางการติดต่อสื่อสาร” ระหว่างเจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของทั้งสองประเทศ และความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีในภาพรวม
Spoke by phone this morning with incoming People's Republic of China Foreign Minister Qin Gang as he departs Washington for his new role. We discussed U.S.-PRC relationship and maintaining open lines of communication.
— Secretary Antony Blinken (@SecBlinken) January 1, 2023
ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งแต่งตั้งนายฉิน กัง ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศคนใหม่ แทนนายหวัง อี้ ซึ่งไปดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ โดยนายฉิน วัย 56 ปี ซึ่งเป็นนักการทูตอาชีพ เคยดำรงตำแหน่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงลอนดอน รมช.การต่างประเทศจีน และตำแหน่งสุดท้ายก่อนขึ้นสู่การเป็นรัฐมนตรีว่าการ คือ เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2564
China names ambassador to US Qin Gang as new foreign minister https://t.co/8GgEcDsbB4
— South China Morning Post (@SCMPNews) December 30, 2022
ขณะที่วารสารการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตีพิมพ์บทความของนายหวัง เน้นย้ำความสำคัญของการเจรจาระหว่างสหรัฐกับจีน เพื่อลดการเผชิญหน้า และลดความเสี่ยงของการเกิด “ความผิดพลาดแบบเดียวกับในยุคสงครามเย็น” พร้อมทั้งเรียกร้องบรรดาประเทศมหาอำนาจและชาติขนาดใหญ่ “ร่วมกันเป็นแบบอย่าง” ให้กับประชาคมโลก ในการเผชิญหน้าและฝ่าฟันกับความท้าทาย ดังเช่นที่จีนยกระดับความร่วมมือกับรัสเซีย เมื่อปี 2565 แล้วทิ้งท้ายว่า “ไต้หวันยังคงเป็นแกนกลางและรากฐานทางผลประโยชน์ของจีน”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



