สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า คณะนักวิจัยแอนตาร์กติกของออสเตรเลียได้ออกเดินทางปฏิบัติภารกิจค้นหาน้ำแข็งอายุนับล้านปี เพื่อพยายามทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ดียิ่งขึ้น
ขบวนรถแทรกเตอร์ 5 คัน ออกจากสถานีวิจัยเคซีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสถานีถาวร ของแผนกแอนตาร์กติกออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อการเดินทางไกล 1,200 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ลิตเติล โดม ซี (Little Dome C) ที่หนาวเย็นของทวีปแอนตาร์กติกา โดยคณะนักสำรวจ 10 คน มีเป้าหมายเดินทางตามแผนให้ได้มากที่สุด ในช่วงฤดูร้อนของทวีปแอนตาร์กติกาในปัจจุบัน
หากขบวนรถดังกล่าว ซึ่งแล่นด้วยความเร็วสูงสุด 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถไปถึงลิตเติล โดม ซี ณ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,230 เมตร ก็จะจัดตั้งค่ายพักแรมสำหรับการขุดเจาะภายในเวลา 12 เดือน
ทั้งนี้ คณะนักวิทยาศาสตร์จะขุดเจาะน้ำแข็งลึก 2.8 กิโลเมตร เพื่อนำเอาน้ำแข็งที่มีอายุมากถึง 1 ล้านปี โดยนำฟองอากาศและสารเคมีโบราณที่กักเก็บไว้ มาใช้ปรับปรุงความเข้าใจ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างแบบจำลองสถานการณ์ในอนาคต
นางทันยา พลิเบอร์เสก รมว.สิ่งแวดล้อมและน้ำของออสเตรเลีย กล่าวว่า ภารกิจนี้เป็นโครงการสำรวจขั้วโลกที่ต้องใช้ความพยายามมากที่สุดในรอบ 20 ปีของประเทศ โดยความพยายามของคณะนักวิจัยและการเดินทางของพวกเขาจะช่วยให้ออสเตรเลียขุดเจาะ และนำแกนน้ำแข็งกลับมาดำเนินการวิจัย ซึ่งหากประสบความสำเร็จ ก็จะถือเป็นแกนน้ำแข็งเก่าแก่มากที่สุดเท่าที่เคยเก็บมาได้
สำหรับคณะนักวิจัยชุดนี้ ประกอบด้วยหัวหน้าภาคสนาม นักธารน้ำแข็ง แพทย์ ช่างกล และวิศวกร โดยพวกเขาเดินทางได้ไกล 37 กิโลเมตร เมื่อรวบรวมข้อมูลถึงวันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะพักผ่อนและรับประทานอาหารเย็นวันคริสต์มาส ซึ่งประกอบด้วยไก่งวงอบและพุดดิ้ง ที่ปรุงในครัวการสำรวจเคลื่อนที่
อนึ่ง ณ วันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขบวนรถแทรกเตอร์เดินทางเป็นระยะทางไกลสะสมมากกว่า 400 กิโลเมตร โดยยังคงเหลือระยะทางอีกมากกว่า 700 กิโลเมตร.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



