สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติพักการประชุม เมื่อวันอังคาร โดยนัดหารือกันอีกครั้งในวันพุธตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากยังไม่ประสบความสำเร็จในการหยั่งเสียงเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาคนใหม่


แม้พรรครีพับลิกันกลับมาครองเสียงข้างมาในสภาล่างของสหรัฐได้อีกครั้ง หลังการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ปีที่แล้ว ด้วยเสียงสนับสนุน 222 เสียง ส่วนพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างน้อย 213 เสียง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันส่งผลให้ นายเควิน แมคคาร์ธี ซึ่งดำรงตำแหน่งแกนนำของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการเสนอชื่อ “ตามธรรมเนียม” จากพรรค ให้ทำหน้าที่ประธานสภา ยังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ คืออย่างน้อย 218 เสียง

นายเควิน แมคคาร์ธี ลุกขึ้นแสดงตัวและคำนับขอบคุณที่ประชุม ในช่วงเวลาได้รับการประกาศชื่อจากพรรครีพับลิกัน ให้เตรียมดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่


ทั้งนี้ ในการลงมติสองรอบแรก แมคคาร์ธีได้รับเสียงสนับสนุน 203 เสียง โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 19 คนออกเสียงคัดค้าน ส่วนการลงคะแนนรอบที่สาม แมคคาร์ธีได้รับเสียงสนับสนุนลดลง 1 เสียง เหลือ 202 เสียง และมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 20 คนออกเสียงคัดค้าน

นางเอลิซ สเตฟานิก ประธานวิปพรรครีพับลิกัน นับผลการลงคะแนนของสมาชิกพรรค ขณะที่นายเควิน แมคคาร์ธี ยืนมอง


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ศตวรรษ ที่สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐไม่สามารถลงมติเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานคนใหม่ได้ ตั้งแต่วันแรกของการประชุม ส่งผลให้การดำเนินงานของสภาเผชิญกับภาวะชะงักงัน


อนึ่ง ความโกลาหลครั้งล่าสุดลักษณะนี้ ต้องย้อนไปถึงช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1850 ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐต้องลงคะแนนเสียงมากถึง 133 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน เพื่อรับรองผู้ดำรงตำแหน่งประธานคนใหม่


ส่วนพรรคเดโมแครตมีมติผ่านฉลุย เลือก นายฮาคีม เจฟฟรีย์ส ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาล่าง สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักการเมืองผิวสีคนแรกของพรรคเดโมแครต ทำหน้าที่ผู้นำในสภาคองเกรส ซึ่งเจฟฟรีย์สกล่าวว่า พรรคเดโมแครต “จะไม่มีส่วนร่วม” กับการเฟ้นหาตำแหน่งประธานสภาล่างคนใหม่.

เครดิตภาพ : REUTERS