สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศเลวร้ายในรัฐแคลิฟอร์เนีย ว่า ภูมิภาคทางเหนือจะยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไปจนถึงพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐออริกอนเช่นกัน
ปัจจุบัน พื้นที่สองในสามของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในสหรัฐ ต้องอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน และกระแสลมกระโชกแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า ให้แก่ครัวเรือนและสถานประกอบกิจการ รวมมากกว่า 60,000 แห่ง
Tonight in California, a state of emergency remains in effect with more than 100,000 still without power after heavy rains and catastrophic flood waters pounded the state. The death toll also continues to grow, including a toddler who died when a tree fell on his home. pic.twitter.com/Z9sucdCxnS
— CBS Evening News (@CBSEveningNews) January 5, 2023
ทั้งนี้ รายงานของเอ็นดับเบิลยูเอสวัดประมาณน้ำฝนที่เมืองซานฟรานซิสโก สะสมระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. ถึง 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้ 10.3 นิ้ว ถือเป็นสถิติสูงที่สุดในรอบ 152 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2414 ส่วนสถิติปริมาณน้ำฝนสะสมสูงสุดต่อเนื่องภายในช่วงเวลา 10 วันของเมืองซานฟรานซิสโก อยู่ที่ 14.37 นิ้ว เมื่อปี 2405
ขณะเดียวกัน เอ็นดับเบิลยูเอสพยากรณ์หิมะตกหนักในภูมิภาคหุบเขาของรัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมทั้งเตือนภัยการเกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภูมิภาคที่เคยประสบกับความเดือดร้อนจากไฟป่า และเคยได้รับอิทธิพลรุนแรงของพายุมรสุม ซึ่งรวมถึงเขตทางเหนือ ที่มีการเตือนภัยคลื่นพายุซัดฝั่งสูงหลายเมตรด้วย
ทั้งนี้ รัฐแคลิฟอร์เนียเผชิญกับอิทธิพลของ “บอมบ์ ไซโคลน” ระลอกใหม่ ซึ่งหมายถึงสภาพอากาศเลวร้ายที่เป็นผลจากความกดอากาศต่ำเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และแผ่ขยายอิทธิพลออกเป็นวงกว้าง ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา โดยนายกาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้ ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 6 ราย.
เครดิตภาพ : REUTERS






