สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของเปรูรายงานไปในทางเดียวกัน ว่าการประท้วงทางการเมืองครั้งใหญ่ ที่ยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. ปีที่แล้ว เพื่อขับไล่รัฐบาลของประธานาธิบดีดีนา โบลูอาร์เต ผู้นำหญิงฝ่ายขวาคนแรก และเพื่อแสดงความโกรธแค้น ต่อการที่สภาคองเกรสถอดถอน นายเปโดร กัสติโย ออกจากตำแหน่ง และดำเนินคดีกับอดีตผู้นำฝ่ายซ้าย ในหลายข้อหา รวมถึงการคอร์รัปชั่นและกบฏ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 40 รายแล้ว

ขณะที่ สำนักงานอัยการสูงสุดของเปรูประกาศสอบสวนโบลูอาร์เต และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน ฐานเชื่อมโยงกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ประชาชนที่เสียชีวิตจากการประท้วงครั้งนี้ โดยศูนย์กลางของความรุนแรงในปัจจุบัน อยู่ที่ภูมิภาคปูโน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเปรู และมีพรมแดนติดกับโบลิเวีย ซึ่งมีการปะทะอย่างดุเดือดระหว่างตำรวจกับประชาชน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 รายภายในวันเดียว หลังเกิดเหตุ รัฐบาลเปรูประกาศเคอร์ฟิวในภูมิภาคแห่งนี้เป็นเวลานาน 3 วัน
???????? #Peru's political violence resumed on Monday with more protests demanding early elections and the release of jailed former President Pedro #Castillo.
— FRANCE 24 English (@France24_en) January 10, 2023
At least 17 people have been killed. pic.twitter.com/kgaoQP6WsW
เดิมทีเปรูมีกำหนดจัดการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2567 อย่างไรก็ตาม สภาคองเกรสเปรูรับรองคำร้องของโบลูอาร์เต เลื่อนกำหนดการเลือกตั้งมาเป็นภายในเดือน เม.ย. 2567 เพื่อหวังบรรเทาความโกรธแค้นของประชาชน ทว่าสถานการณ์กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ทั้งที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของเปรู ที่เป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับสองของโลก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



