สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า ธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) เผยแพร่รายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของโลกประจำปีนี้ คาดการณ์การเติบโตไว้ที่ 1.7% เป็นภาวะชะลอตัวที่สุด นับตั้งแต่ปี 2536 โดยไม่นับปี 2552 และ 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่โลกเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย


ขณะเดียวกัน การประมาณการแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเวิลด์แบงก์ในครั้งนี้ ถือว่าลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับการวิเคราะห์จากรายงานเมื่อเดือน มิ.ย. 2565 ซึ่งคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 ไว้ที่ 3.0%


แม้เวิลด์แบงก์คาดการณ์ในรายงานฉบับล่าสุด ว่า แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า จะกระเตื้องขึ้นเป็น 2.7% แต่ยังน้อยกว่าการคาดการณ์ 2.9% ที่เคยประกาศ เมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ เวิลด์แบงก์วิเคราะห์ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยของโลก ระหว่างปี 2563-2567 จะไม่เกิน 2.0% ถือเป็นสถิติในกรอบ 5 ปี ซึ่งต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2503


นอกจากนี้ รายงานของเวิลด์แบงก์ยังระบุเกี่ยวกับ การชะลอตัวของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ นำโดยสหรัฐ และกลุ่มประเทศยูโรโซน อีกทั้งสถานการณ์สงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อ มีแนวโน้มสร้างแรงกระเพื่อมให้โลกอาจเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหม่


ส่วนสถานการณ์ของจีน ประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และอันดับหนึ่งของทวีปเอเชียนั้น เวิลด์แบงก์คาดการณ์อัตราการเติบโตของปี 2565 ไว้ที่ 2.7% ชะลอตัวที่สุดนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 โดยเป็นผลจากการบังคับใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ ความปั่นป่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และภัยแล้งเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES