สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงกัมปาลา ประเทศยูกันดา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า นางเจน รูธ อาเซง รมว.สาธารณสุขยูกันดา กล่าวถึงความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของอีโบลาในประเทศ หลังจากยูกันดาไม่พบผู้ติดเชื้อครบ 42 วัน ซึ่งสื่อถึงระยะฟักตัว 2 ระยะของเชื้อไวรัส

“ยูกันดาแสดงให้เห็นว่า สามารถเอาชนะอีโบลาได้ เมื่อทุกระบบทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การมีระบบแจ้งเตือน ไปจนถึงการค้นหาและดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงคนที่สัมผัสผู้ติดเชื้อ ตลอดจนการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของชุมชนที่ได้รับผลกระทบในการรับมือ” นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวและชื่นชมยูกันดา สำหรับการตอบสนองต่อเชื้อไวรัส

แม้ประธานาธิบดีโยเวรี มูเซเวนี ผู้นำยูกันดา กล่าวว่า ความล่าช้า 2 สัปดาห์ในการประกาศการแพร่ระบาด หลังพบผู้เสียชีวิตรายแรกจากอีโบลา คือ “การเสียโอกาสในการกักกันผู้สัมผัสในทันที” แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถพลิกสถานการณ์การระบาดได้ภายในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากประกาศล็อกดาวน์ในเขตที่ได้รับผลกระทบ

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า ประสบการณ์ของยูกันดาในการต่อสู้กับการระบาดครั้งก่อน ของอีโบลาและไวรัสมาร์เบิร์ก มีส่วนช่วยในการรับมือในปัจจุบัน แต่ในทางกลับกัน ความเร็วในการควบคุมผู้ป่วย กลับทำให้ยูกันดาไม่เคยดำเนินการทดลองฉีดวัคซีนตามที่วางแผนไว้เลย

อย่างไรก็ตาม นางเอมี ฟินัน ผู้บริหารสูงสุดของสถาบันวัคซีนซาบิน กล่าวว่า การเตรียมพร้อมสำหรับการทดลองได้สอนบทเรียนแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข สำหรับการดำเนินการทดลองในอนาคต รวมถึงการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อรับมือกับการระบาดที่อาจเกิดขึ้นได้ดียิ่งกว่าเดิม.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES