ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (21 เม.ย.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญของหลายหน่วยงาน ซึ่งหนึ่งในนั้น มีนายนพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ได้รับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ทดแทนตำแหน่งที่ว่าง หลังจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลในฐานะรองนายกรัฐมนตรี
สำหรับนายนพดล เภรีฤกษ์ เป็นนักกฎหมายที่เติบโตในสายงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) อย่างต่อเนื่อง โดยมีประวัติดังนี้
ประวัติการศึกษา
ปริญญาตรี : นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ปริญญาโท : นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประกาศนียบัตร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)
ประวัติการฝึกอบรมที่สำคัญ
นายนพดลผ่านการอบรมหลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูงหลายแห่ง อาทิ
-หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 58 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
-หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.) รุ่นที่ 68 สำนักงาน ก.พ.
-หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหารงานด้านกฎหมายภาครัฐระดับสูง รุ่นที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
-Certificate of Training Program จาก National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) ประเทศญี่ปุ่น
-หลักสูตรธรรมาภิบาลของผู้บริหารระดับกลาง สำหรับหน่วยงานด้านกฎหมาย รุ่นที่ 1
ประวัติการทำงานและตำแหน่งสำคัญ
-กรรมการร่างกฎหมายประจำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (นักกฎหมายกฤษฎีกาทรงคุณวุฒิ) (ปี 2554-2564)
-รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และปฏิบัติหน้าที่โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (1 ต.ค.2564–20 เม.ย.2569)
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) (ปี 2567)
-กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (25 เม.ย.2568-8 เม.ย.2569)
-กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบของ บมจ.ไทยออยล์ (มีผลตั้งแต่ 8 เม.ย.2569)
-กรรมการตรวจสอบ บมจ.ไทยออยล์ (มีผลตั้งแต่ 8 เม.ย.2569)
สำหรับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เป็นหน่วยงานรัฐระดับกรมในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยทำหน้าที่หลักในการจัดทำกฎหมาย ตีความกฎหมาย ให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ เพื่อสร้างความเป็นธรรม พัฒนาประเทศ และส่งเสริมหลักนิติธรรม โดยรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี ดังนั้น สคก.จึงมีภารกิจที่เปรียบเสมือนเป็น “ที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล” ในการช่วยขับเคลื่อนนโยบายผ่านกลไกทางกฎหมาย.



