สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ว่า สำนักงานอัยการจังหวัดนารา ในภูมิภาคคันไซ ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ สั่งฟ้องนายเทตสึยะ ยามากามิ วัย 42 ปี ในข้อหาฆาตกรรม และละเมิดกฎหมายครอบครองอาวุธปืน จากการเป็นผู้ก่อเหตุลอบยิงสังหารนายชินโซ อาเบะ วัย 67 ปี ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ในเมืองนารา ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดนารา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2565


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของพนักงานสอบสวน เกิดขึ้นหลังครบกำหนดที่ศาลสั่งให้ยามากามิเข้ารับการประเมินและทดสอบด้านสุขภาพจิต โดยอยู่ภายในความดูแลอย่างใกล้ชิดของจิตแพทย์ ตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว จนถึงต้นสัปดาห์นี้ เมื่อครบกำหนด ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประเมินผลร่วมกันและได้ข้อสรุปว่า ยามากามิ “มีความพร้อม” เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายด้วยตัวเอง


ทั้งนี้ ยามากามิให้การในชั้นพนักงานสอบสวน เกี่ยวกับอาวุธที่ใช้สังหารอดีตนายกรัฐมนตรีในระยะเผาขน ว่า ประกอบเองโดยซื้อชิ้นส่วนบางชิ้นมาจากในอินเทอร์เน็ต อาวุธมีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร ทำจากท่อไปป์และใช้เทปกาวสีดำพันหลายชั้น สามารถยิงกระสุนได้สูงสุดครั้งละ 6 นัด ส่วนการวางแผนเกิดขึ้นล่วงหน้านานนับเดือน

นอกจากนี้ ก่อนอาเบะเดินทางมายังเมืองนารา ยามากามิกล่าวว่า เขาเคยตามไปฟังการปราศรัยของอดีตผู้นำญี่ปุ่น ในเมืองอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากเมืองนารา ไปไกลถึง 200 กิโลเมตร


สำหรับแรงจูงใจนั้น ยามากามิกล่าวว่า มีความเชื่อมั่นว่า อาเบะมีความเกี่ยวข้องกับสหพันธ์ครอบครัวเพื่อความสามัคคีและสันติภาพโลก (เอฟเอฟดับเบิลยูพียู) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โบสถ์แห่งความสามัคคี” ซึ่งมารดาของยามากามิเป็นสมาชิก และบริจาคเงินให้เป็นจำนวนมาก ทำให้ครอบครัวเกิดปัญหา.

เครดิตภาพ : REUTERS