สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 1 เมษายน ว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียน แห่งอิหร่าน ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงสหรัฐอเมริกา โดยอ้างว่า ประเทศอิหร่านไม่ได้มีเจตนาเป็นศัตรูกับพลเมืองสหรัฐ แม้จะมีความขัดแย้งกับสหรัฐและมีหลักฐานว่าอิหร่านสนับสนุนการก่อการร้ายมานานหลายปี 

ประธานาธิบดีเปเซชเคียน ยืนกรานว่า แนวคิดที่ระบุว่า อิหร่านคือศัตรูของชาวอเมริกันนั้น “ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์หรือข้อเท็จจริงที่สังเกตเห็นได้ในปัจจุบัน” เขาระบุว่า “ชาวอิหร่านไม่ได้มีเจตนาเป็นศัตรูต่อประชาชาติอื่น รวมถึงประชาชนชาวอเมริกัน ยุโรป หรือประเทศเพื่อนบ้าน” พร้อมเสริมว่าแม้จะเผชิญกับการแทรกแซงและแรงกดดันจากต่างชาติมาตลอดประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจ แต่อิหร่านก็ได้แยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างรัฐบาลและประชาชนที่อยู่ภายใต้การปกครองเสมอมา

นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้สหรัฐยุติการทำสงครามกับอิหร่าน พร้อมเตือนว่าสาธารณรัฐอิสลามจะยืนหยัดอยู่ได้นานกว่าการรุกรานทุกรูปแบบจากอเมริกา 

“วันนี้โลกกำลังยืนอยู่บนทางแยก การก้าวต่อไปบนเส้นทางแห่งการเผชิญหน้ากัน มีแต่จะสร้างความสูญเสียและเปล่าประโยชน์ยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา” ประธานาธิบดีเปเซซเคียน กล่าวพร้อมเสริมว่า “ทางเลือกระหว่างการเผชิญหน้ากันและการเจรจานั้นเป็นเรื่องจริง และส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ซึ่งผลลัพธ์ของมันจะกลายเป็นตัวกำหนดอนาคตของคนรุ่นต่อๆ ไป” 

นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของอิหร่านว่า “ตลอดประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจนับพันปี อิหร่านได้ยืนหยัดอยู่รอดมานานกว่าผู้รุกรานจำนวนมาก สิ่งที่หลงเหลือจากคนเหล่านั้น มีเพียงชื่อที่มัวหมองในประวัติศาสตร์ ในขณะที่อิหร่านยังคงดำรงอยู่ด้วยความอดทน มีศักดิ์ศรี และภาคภูมิใจ”

อย่างไรก็ตาม เปเซชเคียนไม่ได้กล่าวถึงคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านได้ร้องขอให้มีการหยุดยิงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่เขากลับตั้งคำถามถึงการที่สหรัฐถูกลากเข้าสู่สงครามโดยการผลักดันของอิสราเอล ว่า “มันไม่ใช่เรื่องจริงหรือ ที่สหรัฐได้เข้าสู่การรุกรานครั้งนี้ในฐานะตัวแทนของอิสราเอล โดยถูกอิทธิพลและการปั่นหัวจากประเทศนั้น?” 

ทั้งนี้ ข้อความในจดหมายของเปเซชเคียนเขียนในรูปแบบคล้ายการสั่งสอนอย่างมีเมตตา ในขณะที่เขาสนับสนุนจุดยืนของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งยังไม่มีใครพบเห็นในที่สาธารณะนับตั้งแต่รอดชีวิตจากการโจมตีทางอากาศที่สังหารบิดาของเขาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยรัฐบาลอิหร่านยังคงย้ำจุดยืนว่าสงครามจะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อสหรัฐและอิสราเอล ตกลงที่จะยุติการโจมตีอย่างถาวรและจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามให้แก่อิหร่านเท่านั้น

เครดิตภาพ : AFP