เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 2 ต.คลองหลา อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีหลายครัวเรือนได้รับเงินเยียวยาซ่อมบ้านเพียงหลักร้อยบาท

โดยพบ นางออยใจ แก้วจินดา อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านยกพื้นใต้ถุนสูงหลังหนึ่ง ที่ได้รับเงินเยียวยาเพียง 350 บาท ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างภายในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน พร้อมบอกว่า น้ำท่วมบ้านตนสูงประมาณหัวเข่า แต่น้ำก็เข้าท่วมภายในห้องเก็บของที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งทีวี เครื่องซักกผ้า หม้อหุงข้าว และเสื้อผ้า ได้รับความเสียหายทั้งหมด ขณะเดียวกัน ฝาผนังก็ร้าว เนื่องจากโครงสร้างทรุดตัว


“ได้รับเงินเยียวยา 350 บาท ก็ดีใจจนน้ำตาจะไหล ทั้งที่เขียนคำร้องไปประมาณ 30,000-40,000 บาท ซึ่งคิดว่าน้อยเกินไป ส่วนเพื่อนบ้านใกล้เคียง บางครัวเรือนได้ 2,000 บาท ถึง 5,000 บาท ทั้งที่ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนได้รับความเสียหาย” นางออยใจ กล่าวและว่า อยากสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการประเมินความเสียหาย ซึ่งควรชี้แจงรายละเอียดให้ชาวบ้านรับทราบและพิจารณาให้สมเหตุสมผล

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของนางถนอม ลักษณะพงษ์ อายุ 57 ปี ในพื้นที่ อ.คลองหอยโข่ง โดยนางถนอม พาไปตรวจสอบพื้นบ้านที่แตกร้าว หลังถูกน้ำท่วมนานกว่า 5 วัน และหลังระดับน้ำลดลง เจ้าหน้าที่ อบต. แจ้งกับตนและชาวบ้านหลังอื่นๆ ว่า ไม่ต้องเขียนคำร้องรับเงินเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วม และหากเขียนคำร้องไปก็จะไม่ได้รับเงินเยียวยาซ่อมบ้าน เพราะเป็นรอยแตกเก่า ทั้งที่ตนยืนยันไปแล้วว่าเป็นร่องรอยใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น

นางถนอม กล่าวอีกว่า ส่วนตู้เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ส่วนตัว เจ้าหน้าที่ อบต. ชี้แจงว่า รวมอยู่ใน เงินเยียวยา ครัวเรือนละ 9,000 บาทแล้ว ทำให้ชาวบ้านหลายครัวเรือน ไม่ได้เขียนคำร้องรับเงินเยียวยาซ่อมบ้าน 49,500 บาท ซึ่งตนและชาวบ้านก็อยากให้เจ้าหน้าที่ อบต. ชี้แจงรายละเอียดหรือแจ้งชาวบ้านให้เข้าถึงได้ง่าย เพราะไม่เช่นนั้นชาวบ้านก็จะต้องเสียสิทธิเช่นนี้ และหากเป็นไปได้ ก็อยากให้หน่วยงานท้องถิ่นทบทวนสิทธิอีกครั้ง



