ภาคเกษตรกรรมของจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ล่าสุดฟาร์มเลี้ยงไก่ในอำเภอเจียงโข่ว เมืองถงเหริน มณฑลกุ้ยโจว ได้เปิดตัวสมาชิกใหม่เป็น “หุ่นยนต์ตรวจสอบอัจฉริยะ” เพื่อยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มและแก้ปัญหาต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น
หุ่นยนต์อัจฉริยะตัวนี้ถูกตั้งโปรแกรมให้ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนภายในโรงเรือนตามเส้นทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยใช้ระบบแสงตรวจสอบขั้นสูงในการสแกนกรงเลี้ยง เพื่อติดตามสุขภาพ ตรวจสอบพฤติกรรม และเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของแม่ไก่อย่างต่อเนื่องแบบ Real-time

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน หุ่นยนต์จะออกปฏิบัติงานวันละ 2 รอบ รอบละประมาณ 1–2 ชั่วโมง โดย Liu Taide ช่างเทคนิคประจำฟาร์มเปิดเผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่า:
“หุ่นยนต์เพียง 1 ตัว สามารถรับผิดชอบงานดูแลและตรวจสอบโรงเรือนได้ถึง 2 หลัง ช่วยลดเวลาทำงานของมนุษย์ลงได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคนเดินตรวจแบบเดิม”

นอกเหนือจากหุ่นยนต์ลาดตระเวนแล้ว ฟาร์มไก่แห่งนี้ยังได้ติดตั้งระบบการเลี้ยงและการแปรรูปไข่อัตโนมัติ ทำให้สามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตทั้งหมดในรูปแบบ “ดิจิทัลครบวงจร” ตั้งแต่การป้อนอาหาร การเก็บข้อมูลสุขภาพ ไปจนถึงการจัดการผลผลิต
ความสำเร็จจากการปรับใช้เทคโนโลยีส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้ อำเภอเจียงโข่วมีผลผลิตไข่รวมสูงถึง 7,400 ตัน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 112 ล้านหยวน (ประมาณ 515 ล้านบาท)


กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของ Smart Agriculture (เกษตรอัจฉริยะ) ในประเทศจีน ที่เร่งนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ Big Data มาทดแทนแรงงานแบบเก่า ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างมหาศาล แต่ยังเป็นโมเดลธุรกิจที่ช่วยรับมือกับวิกฤตการขาดแคลนแรงงานในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
เครดิต China Media Group (CMG)



