ข่าป่า หรือ ข่าลิง เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดินในวงศ์ขิงข่า (Zingiberaceae) พบได้ทั่วไปตามป่าดิบชื้นและป่าเบญจพรรณ มีลักษณะลำต้นและใบคล้ายข่าบ้าน แต่หัวหรือเหง้าใต้ดินจะมีขนาดเล็กกว่า เนื้อค่อนข้างแข็ง มีรสเผ็ดและกลิ่นหอมฉุนรุนแรงกว่าข่าทั่วไป มีช่อดอกยาวสวยงามมักห้อยลง กลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อนแซมด้วยสีเหลืองหรือแดงวิดีโอสั้นแสดงลักษณะของข่าป่าในธรรมชาติ:1:12ข่าป่า หรือ ข่าลิง พืชมีประโยชน์ #plants #สมุนไพร #shorts2.9K ครั้ง · 1 ปีที่แล้วYouTube · Greenery Houseลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของข่าป่าลำต้น: เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าแข็ง ลำต้นเหนือดินสูงประมาณ 50–150 เซนติเมตรใบ: เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม ผิวใบเรียบ สีเขียวดอก: ออกเป็นช่อตั้งหรือช่อยาวห้อยลง กลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน มีแต้มสีเหลืองหรือแดงสดใสหัว/เหง้า: มีขนาดเล็กกว่าข่าบ้าน เนื้อค่อนข้างกรอบและแกรน มีกลิ่นหอมแรงและรสชาติเผ็ดร้อนจัด
สรรพคุณทางยา แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ นำเหง้าข่าแก่สดที่มีความยาวประมาณ 1 นิ้วฟุต ตำให้ละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส ดื่มครั้งละครึ่งแก้วหลังอาหาร วันละ 3 เวลา ก็ช่วยรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดิน และอาการจุกเสียดแน่นท้องได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกันนั้นวิธีนี้ยังสามารถขับลมในลำไส้ แก้บิด ปวดมวนท้อง และลมป่วงได้อีกด้วย
รักษาโรคน้ำกัดเท้า สำหรับใครที่เผชิญกับโรคน้ำกัดเท้าและไม่รู้ว่าจะต้องรักษาด้วยวิธีไหนถึงจะดีและปลอดภัย แนะนำให้ใช้เหง้าแก่สดขนาดเท่าหัวแม่มือ ตำให้ละเอียดผสมเข้ากับเหล้าโรงพอท่วม หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ชุบด้วยสำลีแล้วทาบริเวณที่เป็นน้ำกัดเท้าวันละ 3 รอบ จะช่วยให้โรคดังกล่าวหายไป
แก้ลมพิษ นำเหง้าข่าแก่สด 1 แง่ง ตำให้ละเอียดแล้วนำเหล้าโรงมาผสมให้พอแฉะ นำส่วนผสมที่ได้ทั้งเนื้อและน้ำมาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ ทาบ่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดลมพิษตามผิวหนังไปพร้อมๆ กัน
รักษาอาการเท้าบวม นอกจากข่าจะมีสรรพคุณทางยาช่วยลดอาการปวดตามข้อและปวดเมื่อยตามร่างกายแล้วนั้น ยังมีส่วนช่วยในการรักษาอาการเท้าบวมและเคล็ดขัดยอกได้อีกด้วย โดยนำข่ามาตำให้ละเอียด พอกบริเวณที่มีอาการปวดหรือบวม วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำมากินหรือประคบเพื่อช่วยแก้อาการปวดต่างๆ พร้อมทั้งลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี
แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย เนื่องจากข่ามีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคกลากเกลื้อน ผื่นคัน ลมพิษ เป็นต้น ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยในการแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ให้เอาข่ามาฝนกับน้ำมะนาว นำไปทาตรงที่ถูกแมลงกัดต่อย จะช่วยแก้พิษได้ ทั้งนี้ควรระมัดระวังสำหรับผู้ที่แพ้ข่าด้วย หากรู้สึกมีอาการแสบร้อนตอนทาให้หยุดใช้ทันที เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียอื่นๆ ตามมานั่นเอง
ช่วยให้ระบบหลอดเลือดทำงานได้ดี ข่าเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยในการทำงานของระบบหลอดเลือดให้สามารถทำงานได้ดี อีกทั้งยังช่วยขับเลือดสำหรับสตรีที่มีประจำเดือน และที่สำคัญยังช่วยขับเหงื่อได้ดี ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
บรรเทาอาการในระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากข่าเป็นสมุนไพรที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับแก้อาการหวัดในช่วงหน้าหนาว และที่สำคัญยังช่วยแก้อาการหอบหืดได้เป็นอย่างดี เพราะในสมัยโบราณนั้นได้มีการนิยมนำข่ามาต้มกินเพื่อบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก อีกหนึ่งวิธีคือนำเอาข่ามาฝน ผสมเข้ากับน้ำผึ้งแท้ น้ำมะนาวสด และเติมเกลือลงไปเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำมากิน จะช่วยสกัดเสลด เสมหะ และยังช่วยขยายหลอดลม ให้สามารถหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งบรรเทาอาการหอบหืดได้อีกทาง
ช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย เนื่องจากข่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการช่วยขับลมในระบบย่อยอาหาร พร้อมทั้งช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อีกหนึ่งอาการที่สำคัญซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยข่าก็คือ อาการอาหารไม่ย่อย โดยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ด้วยการนำเหง้าข่าสดประมาณ 5 กรัม ต้มในน้ำสะอาดจนเดือดแล้วนำมาดื่ม วิธีนี้จะช่วยแก้อาการแน่นจุกเสียดจากอาการอาหารไม่ย่อยได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้ด้วย โดยควรใช้ข่าในปริมาณที่พอดีและไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้



