พริกไทย ไม้เถาเลื้อยพัน ข้อโป่งนูนมีรากฝอยเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับ รูปไข่ กว้าง 5-8 ซม. ยาว 8-11 ซม. โคนมน ปลายแหลม ผิวเรียบมัน ดอก สีขาวอมเขียว ขนาดเล็กไม่มีก้านดอก ออกบนช่อแกน ยาว 7-15 ซม. แต่ละช่อมี 50-150 ดอก ดอกย่อยสมบูรณ์เพศ ลักษณะกลม ไม่มีกลีบรองดอกและกลีบรองดอกเริ่มบานจากส่วนโคนไปปลายช่อ ผล เป็นผลสด รูปกลม ขนาด 0.3-0.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกสีแดง เมื่อแห้สีดำ เมล็ดสีขาว

ประโยชน์ทางยาของพริกไทย พริกไทยดำ มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ลำไส้ แก้ปวด แก้อักเสบ โรคกระเพาะ เป็นต้น ทางตำราจีนจะใช้พริกไทยดำในการรักษา  โรคมาลาเรีย โรคท้องเดินจากอหิวาต์ และแก้ไข้ ส่วนน้ำมันในพริกไทยดำ (สารพิเพอรีน) ก็นำมาเจือจางกับน้ำ เอามาสูดดม หรือทาถูผิวหนัง เพื่อทำให้หายใจโล่งขึ้น ลดอาการไข้ หนาวสั่น  ฆ่าเชื้อโรคได้ดี และสามารถนำมาผสมกับน้ำมันแล้วนวดบริเวณที่ปวดกล้ามเนื้อได้

นอกจากนี้กลิ่นของพริกไทยยังเข้าไปกระตุ้นสมองให้รู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอ ส่วนในตำราไทยจะนำพริกไทยดำมาทำเป็นสมุนไพรเพื่อแก้อาการจุกเสียด แน่นเฟ้อ จากอาหารไม่ย่อย และแก้อาการอ่อนเพลีย

ในพริกไทยดำมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคืองจนน้ำมูกไหลออกมา จมูกก็จะโล่ง หายใจได้สะดวกมากขึ้น วิธีคือ นำน้ำมันสกัดจาก­­พริกไทยดำ 3 หยด ไปต้มในน้ำ 1 ถ้วยตวงผสมน้ำมันยูคาลิปตัสลงไปเล็กน้อย ต้มจนไอร้อนพุ่งตัวออกมา แล้วจึงนำน้ำต้มนั้นมาสูดดมเพื่อรักษาอาการ

เมื่อรู้ท้องอืด แน่นท้อง ให้เติมพริกไทยดำ (แบบเม็ด) ลงในมื้ออาหาร หรือโรยบนเนื้อสัตว์ เพราะพริกไทยดำจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งกรดไฮโครคลอริกซึ่งเป็นกรดในกระเพาะอาหารที่มีหน้าที่ปรับสมดุลการย่อยของอาหารทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานเป็นปกติมากขึ้น

พริกไทยมีส่วนประกอบของสารไพเพอรีนที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านความอ้วน  พริกไทยยังเข้าไปกระตุ้นการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานที่ได้รับจาการรับประทานอาหารไปใช้ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ไม่เกิดการสะสมของไขมัน ซึ่งเป็นสำเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความอ้วน

นอกจากนี้จุดเด่นของพริกไทยในเรื่องความฉุนและรสชาติที่เผ็ดร้อนยังช่วยในการควบคุมการก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง ทำลายเซลล์ไขมันเก่าที่สะสมอยู่ภายในร่างกายให้มีจำนวนลดลงด้วยจึงกลับมาอ้วนได้ยากขึ้น

นอกจากพริกไทยจะเป็นเครื่องเทศ ปรุงอาหาร ที่ขาดไม่ได้ในหลายๆ เมนู เพราะมีรสชาติที่จัดจ้านถึงใจ สามารถนำมาตัดความเลี่ยน ความคาวในอาหารได้ดีแล้ว พริกไทยยังมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์หลายชนิดจึงนิยมนำมาถนอมอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก กุนเชียง หมูยอ  หรือเพียงแค่โรยหน้าแกงต่างๆ ก็ช่วยเพิ่มรสชาติได้อย่างหน้าอัศจรรย์

คุณค่าทางด้านโภชนาการ มีเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการมองเห็น พริกไทยมีแคลเซียมปริมาณสูงมากโดยเฉพาะในพริกไทยอ่อน แคลเซียมเป็นส่วนสำคัญในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมทั้งยังสามารถป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้อีกด้วย มีสารที่ชื่อว่า ไพเพอรีน และ ฟินอลิกส์  ซึ่งทั้งคู่เป็นสารต้านอนุูมูลอิสระ มีสรรพคุณในการป้องกันมะเร็งในระยะเริ่มตพริกไทยมีฟอสฟอรัสและวิตามินซีที่ช่วยในการชะลอการเสื่อม ของเซลล์และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

พริกไทยเป็นเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มรสชาติของมื้ออาหารให้หอม น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารที่มีประโยชน์ต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะการช่วยเผาผลาญไขมัน จึงควรรับประทานเป็นประจำทุกวันในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง